ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- ช็อก ! พบสองสามีภรรยาเสียชาวอยุธยาชีวิตปริศนาในรถเก๋ง จอดทิ้งในปั๊มน้ำมันสีคิ้ว โคราช นานหลายวัน พบเตาอั้งโล่–ถุงถ่านอยู่ภายในรถ เบื้องต้นตำรวจยังไม่ฟันธงสาเหตุเสียชีวิต อยู่ระหว่างตรวจสอบหลักฐานภายในรถ รวมถึง ภาพกล้องวงจรปิดบริเวณปั๊มและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผู้เสียชีวิต เพื่อนำมาวิเคราะห์หาข้อเท็จจริงและสาเหตุที่เกิดขึ้น
วันนี้ (7 ต.ค.69) เมื่อเวลา 11.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งเหตุ พบผู้เสียชีวิตภายในรถยนต์ บริเวณปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่ ตำบลบัวขาว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานฯ พร้อมด้วย อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิพุทธธรรมการกุศล ( ฮุก 31) นครราชสีมา จุดสีคิ้ว ร่วมตรวจสอบจุดเกิดเหตุ
โดยพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น แอคคอร์ด สีขาว มะเบียน 4 กธ 2037 กรุงเทพมหานคร จอดดับเครื่องและล็อกประตูรถ อยู่ภายในบริเวณปั๊มดังกล่าว จึงให้กู้ภัยฯ ใช้อุปกรณ์เปิดประตูรถออก ก่อนที่ตำรวจ สภ.สีคิ้ว และเจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 เข้าตรวจสอบและเก็บหลักฐานภายในรถ
ตรวจสอบเบื้องต้น พบผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นชาย 1 ราย และหญิง 1 ราย ทราบชื่อคือ นายสุริยา ทองจันทร์ อายุ 53 ปี ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นั่งอยู่บนเบาะคนขับ และนางรชาดา ทองจันทร์ อายุ 48 ปี ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นั่งอยู่เบาะด้านข้างคนขับในลักษณะปรับเอนนอน เสียชีวิตแล้วทั้งสองราย โดยพบเตาอั้งโล่อยู่บริเวณฝั่งที่นั่งผู้โดยสารหญิง และพบถุงถ่านอยู่บริเวณฝั่งคนขับ
จากการสอบถามผู้พบเห็น ทราบว่า รถคันดังกล่าวมาจอดอยู่บริเวณปั๊มน้ำมันตั้งแต่ช่วงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หรือ อาจจอดก่อนหน้านั้น แต่ไม่มีใครสังเกต และไม่มีใครพบเห็นบุคคลลงจากรถ กระทั่งช่วงสายวันนี้ ผู้พบเห็นเดินทางมาทิ้งขยะบริเวณดังกล่าว และได้กลิ่นเหม็นผิดปกติ รวมทั้งพบของเหลวลักษณะคล้ายสารคัดหลั่งหยดออกมาจากรถ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ จึงมาพบว่า มีผู้เสียชีวิต 2 รายอยู่ภายในรถคันดังกล่าว
เบื้องต้น ตำรวจยังไม่ฟันธงสาเหตุการเสียชีวิต อยู่ระหว่างตรวจสอบหลักฐานภายในรถ รวมถึง ภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณปั๊มน้ำมัน และรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผู้เสียชีวิต เพื่อนำมาวิเคราะห์ข้อเท็จจริงหาสาเหตุที่เกิดขึ้น
ส่วนร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายถูกส่งไปชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด ที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา ซึ่งต้องรอผลการตรวจพิสูจน์จากแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก่อน ว่า เสียชีวิตมากี่วัน รวมทั้ง ต้องประสานติดต่อแจ้งญาติให้ทราบ ซึ่งจะเร่งดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายโดยเร็วต่อไป


