นครพนม – กระแสคัดค้านการสำรวจแร่โพแทชในจังหวัดนครพนมขยายตัวต่อเนื่อง ชาวเรณูนครและชาวธาตุพนมเริ่มแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ปักป้ายคัดค้านตามพื้นที่การเกษตร ประกาศจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการสำรวจและทำเหมืองแร่โพแทช พร้อมเรียกร้องให้ กพร. ทบทวนกระบวนการเกี่ยวกับอาชญาบัตรพิเศษ โดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการตรวจสอบกรณีพบการขุดเจาะต้องสงสัยในพื้นที่บ้านทุ่งสว่าง ตำบลเรณูใต้ อำเภอเรณูนคร ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและอายัดวัสดุหลายรายการ ประกอบด้วยเกลือบริสุทธิ์ 35 กระสอบ แมกนีเซียมคลอไรด์ 21 กระสอบ และโพแทสเซียมคลอไรด์ 21 กระสอบ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบที่มาและความเกี่ยวข้องกับการสำรวจแร่
เจ้าของพื้นที่ให้ข้อมูลว่า การขุดเจาะดำเนินการต่อเนื่องนานกว่า 2 เดือน ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 ถึงเดือนมกราคม 2569 โดยมีกลุ่มบุคคลเข้ามาดำเนินการและมีบุคคลชาวจีนเข้ามาในพื้นที่เป็นระยะ พร้อมอ้างว่ามีการนำตัวอย่างดินและวัสดุที่ได้จากการขุดเจาะออกจากพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลหรือกลุ่มทุนที่อาจอยู่เบื้องหลังการขุดเจาะดังกล่าว ยังเป็นคำให้ข้อมูลของชาวบ้านและอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าบุคคลหรือบริษัทใดเป็นผู้ดำเนินการหรือมีส่วนเกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ ชาวบ้านยังให้เบาะแสว่าพบหลุมเจาะลักษณะต้องสงสัยในพื้นที่ใกล้เคียงอีกหลายแห่ง ทั้งบริเวณหนองน้ำ ป่าสาธารณะ และพื้นที่ใกล้สถานศึกษา ทำให้ประชาชนเรียกร้องให้หน่วยงานด้านทรัพยากรธรรมชาติ อุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบว่าหลุมดังกล่าวเกิดจากการดำเนินการใด เกี่ยวข้องกับการสำรวจแร่โพแทชหรือไม่ และได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
ขณะเดียวกัน กระแสคัดค้านได้ขยายจากการประชุมและยื่นหนังสือไปสู่การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ โดยชาวบ้านในหลายพื้นที่นำป้ายข้อความคัดค้านการสำรวจแร่โพแทชไปติดตั้งตามพื้นที่การเกษตร เพื่อสะท้อนจุดยืนและความกังวลต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
หนึ่งในประเด็นที่ประชาชนให้ความสำคัญ คือผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรม โดยเฉพาะแหล่งปลูกข้าวหอมมะลิ 105 รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับความเค็มของดินและแหล่งน้ำ ตลอดจนผลกระทบที่อาจเชื่อมโยงไปยังลำน้ำก่ำ ซึ่งไหลลงสู่แม่น้ำโขง
ทั้งนี้ ความกังวลดังกล่าวยังจำเป็นต้องได้รับการประเมินจากข้อมูลทางวิชาการ รายละเอียดวิธีการสำรวจ และมาตรการป้องกันผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนและสามารถตรวจสอบได้
นายรุ่งเสน่ห์ ธนมุล ผู้ใหญ่บ้านท่าลาด หมู่ที่ 1 ตำบลท่าลาด อำเภอเรณูนคร เป็นหนึ่งในผู้นำชุมชนที่ออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐตรวจสอบข้อเท็จจริงและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับพื้นที่เกษตรและทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเป็นฐานการดำรงชีวิตของชุมชน
ส่วนที่อำเภอธาตุพนม นายปรีชา มณีสร้อย นายอำเภอธาตุพนม ได้ขับเคลื่อนการรับฟังความคิดเห็นในระดับหมู่บ้านในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมมติและความคิดเห็นของประชาชน ส่งผ่านสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครพนมไปยัง กพร. ใช้ประกอบการพิจารณาทบทวนกระบวนการเกี่ยวกับอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแร่โพแทช
ประเด็นสำคัญที่ประชาชนในพื้นที่ตั้งข้อสังเกต คือกระบวนการดำเนินการก่อนหน้านี้อาจยังเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมไม่เพียงพอ เมื่อเทียบกับขนาดพื้นที่และผลกระทบที่ชุมชนกังวลว่าจะเกิดขึ้นในระยะยาว
สำหรับโครงการสำรวจแร่โพแทชและเกลือหินที่กำลังเป็นประเด็น บริษัท ไซโน-เอสอี (ประเทศไทย) จำกัด ได้ยื่นคำขออาชญาบัตรพิเศษในพื้นที่จังหวัดนครพนมจำนวน 2 แปลง ครอบคลุมพื้นที่ในอำเภอธาตุพนมและอำเภอเรณูนคร รวมพื้นที่มากกว่า 17,000 ไร่ โดยสถานะการพิจารณาของแต่ละแปลงแตกต่างกัน และอยู่ในความสนใจของประชาชนอย่างใกล้ชิด
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ทำให้ประเด็นการสำรวจแร่โพแทชในนครพนมไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องศักยภาพของทรัพยากรใต้ดิน แต่ขยายไปสู่คำถามเรื่องสิทธิของชุมชน การเปิดเผยข้อมูล กระบวนการรับฟังความคิดเห็น ตลอดจนมาตรการป้องกันผลกระทบต่อพื้นที่เกษตร แหล่งน้ำ และสิ่งแวดล้อม
ชาวบ้านในพื้นที่ยืนยันว่าไม่ได้ปฏิเสธการพัฒนา แต่ต้องการให้โครงการที่อาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรและวิถีชีวิตดำเนินการอย่างโปร่งใส เปิดเผยข้อมูลที่ตรวจสอบได้ และให้ประชาชนผู้ที่ต้องอยู่กับผลของโครงการในระยะยาวมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
ขณะเดียวกัน ทุกฝ่ายยังคงต้องรอผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรณีหลุมเจาะต้องสงสัย วัสดุที่ตรวจยึด ตลอดจนบุคคลหรือกลุ่มที่เข้ามาดำเนินการ เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏชัด ก่อนจะนำไปสู่การพิจารณาว่ามีการกระทำผิดกฎหมายหรือเกี่ยวข้องกับโครงการสำรวจแร่ที่ยื่นขออนุญาตอยู่หรือไม่


