xs
xsm
sm
md
lg

น้ำท่วมสวนทุเรียน 3 น้ำกว่า 10 ไร่ เกือบ 300 ต้นเริ่มยืนต้นตาย หวั่นเสียหายกว่า 3 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สมุทรสงคราม – ทุเรียน “3 น้ำ” จ่อปิดตำนาน! น้ำท่วมขังสวนกว่า 10 ไร่ ทุเรียนเกือบ 300 ต้นเริ่มใบเหลือง-สลัดใบ เจ้าของวัย 57 ปี ปาดน้ำตา หวั่นหากน้ำไม่แห้งภายในสัปดาห์นี้เสียหายทั้งสวน มูลค่าไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท เตรียมใจย้ายสวน หากเริ่มใหม่ต้องรออย่างน้อย 5 ปี

สถานการณ์อุทกภัยใน จ.สมุทรสงคราม ยังคงส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรอย่างหนัก โดยเฉพาะสวนทุเรียน “3 น้ำ” ในพื้นที่ อ.บางคนที ซึ่งขณะนี้กำลังเผชิญวิกฤตจากน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน จนต้นทุเรียนเริ่มแสดงอาการทรุดโทรม สร้างความกังวลให้กับเจ้าของสวนว่าอาจต้องสูญเสียต้นทุเรียนที่ปลูกและดูแลมานานหลายสิบปี

นายเอกชัย เทียนชัย อายุ 57 ปี กำนันตำบลบ้านปราโมทย์ อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม เจ้าของสวนทุเรียน เปิดเผยว่า สวนแห่งนี้มีพื้นที่กว่า 10 ไร่ เป็นสวนเกษตรผสมผสาน ปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทองและก้านยาว รวมถึงมะละกอ กล้วยหอมทอง และเงาะ โดยมีต้นทุเรียนทั้งหมดประมาณ 400 ต้น ต้นที่มีอายุมากที่สุดประมาณ 30 ปี และปัจจุบันมีทุเรียนที่ให้ผลผลิตแล้วประมาณ 120 ต้น

หลังเกิดฝนตกหนักตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย. 2569 ประกอบกับการระบายน้ำท้ายเขื่อนแม่กลองในอัตรามากกว่า 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลให้น้ำเอ่อเข้าท่วมพื้นที่เรือกสวนไร่นาและบ้านเรือนในหลายพื้นที่ของ จ.สมุทรสงคราม ขณะที่สวนทุเรียนของนายเอกชัยยังมีน้ำท่วมขังและไม่สามารถระบายออกได้ตามปกติ

สิ่งที่น่าเป็นห่วงขณะนี้คือ ทุเรียนอายุไม่เกิน 10 ปี เกือบ 300 ต้น เริ่มมีอาการใบเหลืองและสลัดใบ หลายต้นมีสภาพทรุดโทรมอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ต้นที่เหลือยังมีความเสี่ยงสูง หากต้องแช่อยู่ในน้ำนานต่อไป

นายเอกชัยยอมรับว่า รู้สึกเสียใจอย่างมากที่เห็นต้นทุเรียนซึ่งตนเองปลูกและดูแลมานานกำลังจะยืนต้นตายต่อหน้าต่อตา ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เพราะกว่าจะปลูกจนต้นเติบโตและเข้าสู่ช่วงให้ผลผลิต ต้องใช้ทั้งเวลา แรงงาน และเงินลงทุนจำนวนมาก

สำหรับ “ทุเรียน 3 น้ำ” เป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม ซึ่งมีสภาพแวดล้อมที่ได้รับอิทธิพลจากทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม ทำให้สภาพดินและระบบนิเวศมีลักษณะเฉพาะ และเป็นหนึ่งในจุดขายของผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่

นายเอกชัยกล่าวว่า โดยธรรมชาติทุเรียนเป็นพืชที่ไม่สามารถทนต่อสภาพน้ำขังเป็นเวลานาน หากต้นทุเรียนต้องจมน้ำประมาณ 10-15 วัน มีโอกาสได้รับความเสียหายรุนแรงหรือยืนต้นตายสูง จึงกังวลว่า หากภายในสัปดาห์นี้น้ำยังไม่ลดและแห้งลง อาจต้องสูญเสียทุเรียนทั้งสวน

เบื้องต้นประเมินความเสียหายไว้ไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท และหากต้องเริ่มปลูกทุเรียนใหม่ทั้งหมด จะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5 ปี กว่าต้นจะเติบโตจนสามารถให้ผลผลิตได้อีกครั้ง ความเสียหายจึงไม่ได้มีเพียงต้นทุนการลงทุนในสวน แต่ยังรวมถึงรายได้จากผลผลิตที่ต้องสูญเสียไปอีกหลายปี

ขณะเดียวกัน นายเอกชัยเปิดเผยว่า แม้สถานการณ์น้ำจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่อาจตัดสินใจไม่ฟื้นฟูสวนแห่งเดิม เนื่องจากกังวลว่าจะเกิดน้ำท่วมซ้ำ โดยมีแนวคิดย้ายไปปลูกทุเรียนบนที่ดินประมาณ 12 ไร่ ซึ่งได้รับมรดกในพื้นที่ อ.วัดเพลง จ.ราชบุรี เนื่องจากเป็นพื้นที่สูงและที่ผ่านมาไม่เคยประสบปัญหาน้ำท่วม

อย่างไรก็ตาม หากต้องย้ายสวนจริง สิ่งที่น่าเสียดายไม่แพ้ต้นทุเรียนคือชื่อ “ทุเรียน 3 น้ำ” ซึ่งผูกพันกับพื้นที่และสภาพแวดล้อมของ จ.สมุทรสงครามโดยตรง หากย้ายไปพื้นที่ใหม่ก็อาจไม่สามารถใช้ชื่อเดิมได้

จากสวนทุเรียนที่เคยเป็นความภาคภูมิใจและสร้างชื่อให้กับเกษตรกรในพื้นที่ วันนี้กลับต้องเผชิญบททดสอบครั้งใหญ่จากอุทกภัย เจ้าของสวนทำได้เพียงเฝ้าดูระดับน้ำและภาวนาให้น้ำลดลงทันเวลา เพื่อรักษาต้นทุเรียนที่เหลืออยู่ และต่อลมหายใจให้ “ทุเรียน 3 น้ำ” ยังมีโอกาสเดินหน้าต่อ ไม่ต้องกลายเป็นเพียงตำนานที่เหลืออยู่ในความทรงจำ