ปราจีนบุรี – รมว.วัฒนธรรม ลงพื้นที่ตรวจความเสียหาย “ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร” โบราณสถานอายุกว่า 100 ปี หลังถูกน้ำท่วม พบกระเบื้องพื้นดั้งเดิมบางส่วนโก่งตัว หลุดร่อน และแตกร้าว หวั่นความชื้นสะสมกระทบวัสดุและโครงสร้าง สั่งกรมศิลปากรเร่งศึกษามาตรการป้องกันน้ำท่วมระยะยาว ทั้งแผงกั้นน้ำและแนวทางยกระดับอาคาร
วันนี้ ( 6 ต.ค.) นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ลงพื้นที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี เพื่อติดตามผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย พร้อมตรวจสอบความเสียหายของ “ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร” โบราณสถานสำคัญของจังหวัด หลังถูกน้ำท่วม
จากการตรวจสอบพบว่า กระเบื้องพื้นดั้งเดิมภายในอาคารบางส่วนเกิดการโก่งตัว หลุดร่อน และแตกร้าว ขณะที่ภายในอาคารยังมีความชื้นสะสม จึงต้องเร่งประเมินสภาพวัสดุและกำหนดแนวทางฟื้นฟูโดยคำนึงถึงการรักษาองค์ประกอบดั้งเดิมของอาคารเป็นสำคัญ
พญ.วลีรัตน์ ไกรโกศล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เปิดเผยว่า น้ำได้เข้าท่วมบริเวณตึก ส่งผลให้เกิดความชื้นสะสมภายในอาคาร หลังน้ำลดพบกระเบื้องพื้นดั้งเดิมหลายจุดได้รับความเสียหาย จึงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าประเมินและให้คำแนะนำ โดยเฉพาะแนวทางดูแลวัสดุดั้งเดิมที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์
สำหรับ “ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร” ก่อสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2452 โดยเจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม อภัยวงศ์) เป็นอาคารสถาปัตยกรรมตะวันตกที่มีความโดดเด่น และยังคงมีองค์ประกอบดั้งเดิม โดยเฉพาะพื้นกระเบื้องโมเสกลวดลายต่าง ๆ
อาคารแห่งนี้ยังเคยใช้เป็นสถานที่รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ที่เสด็จมายัง จ.ปราจีนบุรี อีกทั้งมีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์การแพทย์ของจังหวัด โดยเปิดใช้เป็นส่วนหนึ่งของโรงพยาบาลประจำจังหวัดเมื่อ พ.ศ. 2484 ก่อนพัฒนามาเป็นโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร
กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนอาคารแห่งนี้เป็นโบราณสถานแห่งชาติใน พ.ศ. 2533 ปัจจุบันได้รับการพัฒนาเป็น “พิพิธภัณฑ์การแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร” แหล่งเรียนรู้ด้านการแพทย์แผนไทย สมุนไพร และภูมิปัญญาการดูแลสุขภาพของคนไทย
ด้านสำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี รายงานว่า ในระยะแรกจะเน้นการจัดการความชื้นภายในอาคารด้วยการระบายอากาศตามธรรมชาติ เพื่อให้วัสดุค่อย ๆ ปรับสมดุล โดยหลีกเลี่ยงการเร่งลดความชื้นที่อาจส่งผลกระทบต่อวัสดุดั้งเดิม พร้อมประสานกลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ กรมศิลปากร เข้าตรวจสอบสภาพวัสดุและกำหนดแนวทางฟื้นฟูที่เหมาะสม
นางสาวซาบีดา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมพร้อมสนับสนุนการอนุรักษ์ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร โดยมอบหมายให้กรมศิลปากรศึกษามาตรการป้องกันน้ำท่วมในระยะยาว ทั้งการจัดทำแผงกั้นน้ำ รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้ในการยกระดับอาคาร โดยต้องพิจารณาอย่างรอบด้านทั้งด้านวิศวกรรม ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และหลักการอนุรักษ์โบราณสถาน
นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้จังหวัดปราจีนบุรีประสานสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดฯ ร่วมออกแบบแนวทางป้องกันน้ำ โดยพิจารณาภาพรวมทั้งพื้นที่ ระบบบริหารจัดการน้ำ และผลกระทบต่อชุมชน เพื่อปกป้องทั้งโบราณสถานและพื้นที่โดยรอบจากอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ทั้งนี้ การฟื้นฟูตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศรครั้งนี้ ไม่ได้มุ่งเพียงการซ่อมแซมความเสียหายหลังน้ำท่วม แต่ยังเป็นการรักษามรดกทางประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และองค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทย ซึ่งเป็นคุณค่าที่ควรอนุรักษ์และส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป


