ศูนย์ข่าวศรีราชา - ผบช.ภ.2 นำทีมลงพื้นที่ติดตามคดี 3 คนร้ายบุกบ้านพักหรูย่านหนองปรือ ใช้ปืนข่มขู่ชาวต่างชาติ ก่อนกวาดเงินสด-นาฬิกา Rolex 3 เรือน และบังคับโอนคริปโตเคอร์เรนซี มูลค่าราว 820,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 27 ล้านบาท รวมความเสียหายเบื้องต้นเกือบ 30 ล้านบาท เผยพบเบาะแสผู้ต้องสงสัยแล้ว เร่งตรวจสอบเส้นทางเงินและข้อมูลเข้า-ออกประเทศ
วันนี้ ( 6 ต.ค.) พล.ต.ท.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผบช.ภ.2 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชาตรี สุขศิริ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี และ พล.ต.ต.เกียรติศักดิ์ สระทองออย ผบก.สส.ภ.2 ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าคดีคนร้าย 3 คน บุกปล้นทรัพย์ชาวต่างชาติภายในบ้านพักในหมู่บ้านหรู พื้นที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ก่อนกวาดทรัพย์สินและบังคับให้ผู้เสียหายโอนสินทรัพย์ดิจิทัล มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นเกือบ 30 ล้านบาท
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 03.30 น. วันเดียวกัน คนร้าย 3 คน ใช้บันไดปีนเข้าไปภายในบ้านพัก ก่อนมุ่งหน้าไปยังห้องนอนของผู้เสียหาย จากนั้นใช้กำลังถีบประตูและใช้อาวุธปืนข่มขู่ บังคับให้ผู้เสียหายส่งมอบทรัพย์สินและเปิดตู้เซฟ
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าคนร้ายได้เงินสดประมาณ 150,000 บาท และนาฬิกา Rolex จำนวน 3 เรือน นอกจากนี้ ยังบังคับผู้เสียหายให้โอนสินทรัพย์ดิจิทัลจากกระเป๋าเงินดิจิทัลไปยังกระเป๋าปลายทาง ก่อนมีการจำหน่ายออกไป คิดเป็นมูลค่าประมาณ 820,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 27 ล้านบาท ทำให้มูลค่าความเสียหายรวมเบื้องต้นเกือบ 30 ล้านบาท
หลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายสามารถหลบหนีออกจากบ้านพัก ก่อนเดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ เพื่อให้ติดตามตัวกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดี
ด้านการสืบสวน เจ้าหน้าที่พบเบาะแสผู้ต้องสงสัยจำนวน 3 คน โดยข้อมูลเบื้องต้นพบว่าอาจเป็นบุคคลสัญชาติจีน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตำรวจยังอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดตัวบุคคลและสัญชาติ รวมทั้งรอการยืนยันจากผู้เสียหายและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน ตำรวจได้ประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกองพิสูจน์หลักฐานตำรวจ เข้าตรวจสอบพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ในที่เกิดเหตุ รวมถึงตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกประเทศของบุคคลต้องสงสัย เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการติดตามตัว
พล.ต.ท.วสันต์ เปิดเผยว่า แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง แต่การสืบสวนมีความคืบหน้าไปมาก โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในการสนับสนุนข้อมูล ขณะที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบและเก็บพยานหลักฐานภายในบ้านพักที่เกิดเหตุแล้ว
ขณะนี้ตำรวจภูธรภาค 2 อยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุทั้ง 3 คนมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมตรวจสอบเส้นทางทรัพย์สินและสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกโอนออกไป เพื่อขยายผลและติดตามทรัพย์สินกลับคืนให้ผู้เสียหายต่อไป


