สกลนคร-ปมงบประมาณรายจ่ายปี 2570 ของ อบจ.สกลนคร วงเงินกว่า 1,279 ล้านบาท กลายเป็นข้อโต้แย้งทางกฎหมายอย่างร้อนแรง! หลัง อบจ. อ้างข้อกฎหมายผู้ว่าฯ ไม่เห็นชอบใน 15 วัน ชิงประกาศใช้ทันที ขณะที่ผู้ว่าฯ “รณิดา” ออกโรงโต้ทันควัน ชี้ อบจ. ส่งหนังสือช้าเอง พร้อมใช้ ม.77 สั่งตีกลับร่างงบฯ จี้ทบทวนจัดสรรเงิน รพ.สต. 149 แห่ง และถนนหนทางที่ประชาชนร้องเรียน พร้อมตั้งกรรมการสอบผู้เกี่ยวข้องทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีข้อโต้แย้งทางกฎหมายและการบริหารงานงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สกลนคร วงเงินรวม 1,279,385,200 บาท ซึ่งกำลังเป็นประเด็นที่สังคมและประชาชนในพื้นที่ติดตามอย่างใกล้ชิด
โดยก่อนหน้านี้ ฝั่ง อบจ.สกลนคร ได้ดำเนินการประกาศใช้ข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 โดยอ้างอิงกรอบกฎหมาย มาตรา 53 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 ซึ่งระบุว่า หากผู้ว่าราชการจังหวัดไม่พิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่อาจให้ความเห็นชอบภายในกำหนดเวลา 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับร่างข้อบัญญัติจากสภา อบจ. ให้ถือว่าผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นชอบกับร่างข้อบัญญัตินั้น อบจ. จึงอาศัยสิทธิตามขั้นตอนดังกล่าวในการประกาศบังคับใช้เพื่อเดินหน้างบประมาณ
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด เพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของ "นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร" ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงในมุมของฝ่ายปกครอง โดยระบุว่า จังหวัดสกลนครได้รับร่างข้อบัญญัติงบประมาณฯ เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัด "ยังไม่ให้ความเห็นชอบ" และได้อาศัยอำนาจตาม มาตรา 77 แห่ง พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 และที่แก้ไขเพิ่มเติม สั่งการให้ อบจ.สกลนคร นำร่างข้อบัญญัติฯ กลับไปพิจารณาแก้ไขปรับปรุงใหม่
ทางจังหวัดสกลนครได้แจ้งเหตุผลและตั้งข้อสังเกตใน 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ประเด็นกระบวนการและกรอบเวลา ร่างข้อบัญญัติดังกล่าวเสนอมาถึงผู้ว่าราชการจังหวัดล่าช้าล่วงเลยระยะเวลา 15 วันตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งขณะนี้จังหวัดได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่กับผู้เกี่ยวข้องแล้ว พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการติดตามและแก้ไขความถูกต้องของ อบจ.สกลนคร
ในช่วงที่ผ่านมาประเด็นเนื้อหาสาระงบประมาณ รายละเอียดงบประมาณ 1.2 พันล้านบาท ยังไม่ครอบคลุมการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนตามยุทธศาสตร์จังหวัด โดยเฉพาะ มิติด้านสุขภาพ ที่ยังขาดการสนับสนุนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่ถ่ายโอนมา 149 แห่งอย่างทั่วถึง และ มิติด้านบริการสาธารณะ ที่ยังไม่ครอบคลุมการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานและถนนหนทางที่ประชาชนร้องเรียนเข้ามาจำนวนมาก
ประเด็นดังกล่าวกลายเป็นความเห็นต่างทางกฎหมายและการตีความระเบียบปฏิบัติอย่างชัดเจน ระหว่าง ฝ่าย อบจ.สกลนคร ที่มองว่ากระบวนการล่วงเลยเวลาจนสามารถใช้อำนาจตาม ม.53 วรรคสอง ประกาศใช้ข้อบัญญัติงบประมาณได้ กับ ฝ่ายจังหวัดสกลนคร ที่มองว่าการเสนอเรื่องล่าช้าตั้งแต่ต้นไม่ได้เกิดจากความล่าช้าของฝ่ายปกครอง และผู้ว่าราชการจังหวัดยังมีอำนาจตาม ม.77 ในการสั่งให้ทบทวนและแก้ไขเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน
ข้อโต้แย้งทั้งสองฝ่ายนี้นับเป็นกรณีศึกษาสำคัญของการบริหารงานท้องถิ่น ซึ่งต้องติดตามกันต่อไปว่าจะมีทางออกอย่างไร กับงบประมาณเพื่อเกิดความถูกต้อง รัดกุม ตามกรอบกฎหมาย และตอบโจทย์ความเดือดร้อนของชาวสกลนครได้อย่างแท้จริง.


