เชียงใหม่ – ซุกยังไงก็ไม่รอด..ตำรวจภาค 5 บูรณาการกำลังพล-การข่าว ผสานเทคโนโลยี สกัดยานรกอีก 2 ล็อตใหญ่ รวมเบ็ดเสร็จเกือบ 3 ล้านเม็ด หลังแก๊งขนยาจากเชียงรายอำพรางซ้ำซ้อนทั้งดัดแปลงกระบะเจาะช่องลับ ทั้งซุกใต้กระสอบผลผลิตทางการเกษตร ล็อตหนึ่งผ่านถึงแพร่ อีกหนึ่งกำลังล่องหลุดผ่านพะเยา
วันนี้(6 ต.ค.) พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ปรัชญา ประสานสุข ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช.ภ.5 ,พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช.ภ.5,พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ รอง ผบช.ภ.5 ได้ร่วมกันแถลงข่าวการนำเทคโนโลยีประยุกต์ใช้ในการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด
ซึ่งสามารถสกัดจับกุมยาเสพติดที่ซุกซ่อนมากับรถกระบะดัดแปลง ที่จังหวัดแพร่ จำนวน 2.5 ล้านเม็ด และจับกุมตรวจยึดยาบ้าที่ซุกซ่อนมากับรถยนต์ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายได้อีก 300,000 เม็ด
คดีแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย คือ นายทินบัติ และ นายจิรายุ มีภูมิลำเนาอยู่อำเภอพญาเม็งราย จ.เชียงราย พร้อมด้วยของกลางยาบ้า จำนวน 2,500,000 เม็ด ซุกซ่อนในรถกระบะดัดแปลง ตรวจยึดรถยนต์ จำนวน 2 คัน ในพื้นที่อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่
คดีที่ 2 เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหา 1 ราย คือ นายสุรศักดิ์ มีภูมิลำเนาอยู่อำเภอเมืองเชียงราย พร้อมด้วยของกลางยาบ้า จำนวน 300,000 เม็ด และรถยนต์จำนวน 1 คัน ขณะผ่านด่านตรวจในพื้นที่ สภ.พาน จ.เชียงราย
พล.ต.ท.กฤษฎา ผู้ช่วย ผบ.ตร. และรองผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร.) เปิดเผยว่า ตนมาตรวจราชการและติดตามผลการดำเนินงานป้องกันปราบปรามยาเสพติดของตำรวจภูธรภาค 5 เพื่อขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างครบวงจร
ซึ่งได้รับฟังบรรยายสรุปและตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงาน ของตำรวจภูธรภาค 5 ก็ขอชื่นชมการปฏิบัติงานของตำรวจภูธรภาค 5 ซึ่งถือเป็นหน่วยงานต้นแบบในการบูรณาการกำลังพล-การข่าว และการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ในการสกัดกั้นการลำเสียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนเข้าสู่ตอนในของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสามารถขยายผลและทำลายเครือข่ายยาเสพติดสำคัญได้อย่างต่อเนื่อเนื่อง
ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะมุ่งเน้นการยกระดับมาตรการปราบปราม ขยายผลยึดทรัพย์ และตัดวงจรการค้ายาเสพติดทุกมิติ โดยการนำเทคโนโลยีเช้ามาช่วยวิเคราะห์และเฝ้าระวัง เพื่อเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ให้มีความแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเน้นย้ำให้กำลังพลทุกนายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง


