บุรีรัมย์-ฟ้าผ่าเปรี้ยงกลางบ้านเปิดเป็นร้านเสริมสวย ขณะมีคนอยู่ภายในหลายชีวิต เสียงดังสนั่นคล้ายระเบิด จนทุกคนแตกตื่น ฝุ่นฟุ้งกระจาย เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ภายในบ้านเสียหาย เคราะห์ดีไม่มีใครบาดเจ็บเสียชีวิต แม้ลูกชายกำลังแปรงฟันอยู่ในห้องน้ำใกล้จุดเกิดเหตุ เจ้าของบ้านเชื่อบุญกุศลและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพช่วยคุ้มครองทำทุกคนรอดตาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 5 ต.ค.69 เกิดเหตุฟ้าผ่าลงบริเวณบ้านเลขที่ 180 หมู่ 14 บ้านใหม่หนองตาเยา อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นบ้านไม้สองชั้นและเปิดเป็นร้านเสริมสวย ส่งผลให้อุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านได้รับความเสียหายหลายรายการ แต่โชคดีที่คนในบ้านและลูกค้าที่อยู่ภายในร้านขณะเกิดเหตุไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบความเสียหายทั้งบริเวณชั้นล่างและชั้นบน โดยเฉพาะบริเวณเต้ารับไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายจุด มีร่องรอยได้รับความเสียหาย ขณะที่บริเวณประตูห้องครัวมีรอยแตกร้าว และมีเศษวัสดุบางส่วนแตกกระจาย
นางยุพินดา โสประโคน อายุ 53 ปี หรือ “พี่ยุ” เจ้าของบ้านและร้านเสริมสวย เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุมีฝนตกหนักและได้ยินเสียงฟ้าร้องหลายครั้ง ขณะนั้นมีลูกค้าผู้หญิง 1 คนมาทำผมที่ร้าน และทำผมเสร็จแล้ว แต่ยังเดินทางกลับไม่ได้เนื่องจากฝนตกหนัก จึงนั่งรออยู่ภายในบ้าน
จากนั้นไม่นานเกิดเสียงฟ้าผ่าดังสนั่น “เปรี้ยง!” จนทุกคนตกใจอย่างมาก เสียงดังรุนแรงจนคิดว่าเหมือนมีระเบิดเกิดขึ้นภายในบ้าน และมีฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่ว เมื่อเข้าไปตรวจสอบพบว่าบริเวณประตูห้องครัวมีร่องรอยแตกร้าว ขณะที่เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายรายการ ทั้งเครื่องทำน้ำร้อน หม้อหุงข้าว และอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ ได้รับความเสียหายและแตกกระจาย
นางยุพินดา บอกว่า สิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เฉียดตายอย่างมาก คือขณะฟ้าผ่า ลูกชายวัย 18 ปี กำลังแปรงฟันอยู่ภายในห้องน้ำ ซึ่งอยู่ติดกับห้องครัวและใกล้บริเวณที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าได้รับความเสียหาย แต่ลูกชายกลับไม่ได้รับอันตรายแม้แต่น้อย
ขณะเดียวกัน นายสมชาย โสประโคน อายุ 45 ปี น้องชายซึ่งพักอยู่ภายในบ้านและอยู่บริเวณใกล้ห้องน้ำ ก็ไม่ได้รับบาดเจ็บ ส่วนสามีของนางยุพินดาขณะเกิดเหตุอยู่บริเวณชั้นบนของบ้าน ใกล้กับเสากลางบ้าน ก็ปลอดภัยเช่นกัน รวมถึงลูกค้าที่อยู่ภายในร้านด้วย
รวมแล้วขณะเกิดเหตุมีคนอยู่ภายในบ้านหลายชีวิต แต่ทุกคนรอดปลอดภัย มีเพียงทรัพย์สินและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับความเสียหาย
นางยุพินดา เล่าว่า บ้านของตนเป็นบ้านหลังเดียวในหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุฟ้าผ่าในครั้งนี้ทำให้รู้สึกตกใจและขนลุกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยส่วนตัวเชื่อว่าอาจเป็นเพราะบุญกุศลที่เคยทำมา รวมถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือ โดยเฉพาะพระศรีอาริยเมตไตรย ซึ่งมีหิ้งพระอยู่ภายในบ้าน อาจช่วยปกปักรักษาคนในครอบครัวให้ปลอดภัย
ส่วนกรณีที่ทุกคนอาจสวมรองเท้าในขณะเกิดเหตุ เจ้าของบ้านมองว่าอาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ไม่มีใครได้รับอันตราย แต่ยอมรับว่าเป็นเพียงความเชื่อและข้อสันนิษฐานส่วนบุคคล ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเกี่ยวข้องกับการรอดปลอดภัยจากเหตุการณ์ครั้งนี้หรือไม่
นอกจากนี้ เจ้าของบ้านยังเล่าว่า คืนก่อนเกิดเหตุฝันว่าเงินที่เก็บเอาไว้หายไป แต่ไม่ได้คิดว่าจะเกิดเหตุฟ้าผ่าขึ้นกับบ้านในวันรุ่งขึ้น
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าได้เข้าตรวจสอบระบบเบื้องต้น โดยมีข้อสันนิษฐานว่าอาจเกิดกระแสไฟฟ้าผิดปกติจากภายนอกเข้าสู่ระบบไฟฟ้าภายในบ้าน ก่อนส่งผลผ่านระบบเบรกเกอร์และไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้า ทำให้อุปกรณ์บางส่วนได้รับความเสียหาย อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่แน่ชัดยังต้องรอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบระบบไฟฟ้าโดยละเอียดอีกครั้ง
สำหรับคืนนี้ ครอบครัวยังไม่สามารถใช้ระบบไฟฟ้าได้ตามปกติ ต้องใช้แสงสว่างจากเทียนไปก่อน และเจ้าหน้าที่การไฟฟ้ามีกำหนดเข้าตรวจสอบและซ่อมแซมระบบอีกครั้งในวันพรุ่งนี้
เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ในช่วงที่มีฝนฟ้าคะนอง ประชาชนควรเพิ่มความระมัดระวังในการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า และหากทำได้ควรถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นในช่วงเกิดพายุ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากกระแสไฟฟ้าผิดปกติและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น แต่โชคดีที่ไม่มีใครบาดเจ็บ


