xs
xsm
sm
md
lg

เตือนภัยร้านอาหาร! มิจฉาชีพทรงใหม่ ปลอมใบรับรองแพทย์ รพ.ดัง ขู่เอาเงินค่ารักษาอ้างท้องเสียหนัก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวขอนแก่น — ผู้ประกอบการร้านอาหารยุคนี้ต้องแบกทั้งต้นทุนค่าน้ำค่าไฟที่แพงหูฉี่ ไม่พอยังต้องมาระวัง “มิจฉาชีพคราบลูกค้า” ที่สรรหาวิธีแยบยลมาต้มตุ๋น! ล่าสุด ร้านอาหารทะเลชื่อดังในเมืองขอนแก่นหวังแสดงความรับผิดชอบ หลังเจอแชตอ้างกินอาหารแล้วท้องเสียรุนแรง พร้อมแนบใบรับรองแพทย์และโชว์ยอดค่ารักษาพยาบาลเสร็จสรรพ โชคดีเอะใจยกหูเช็ก รพ. เอกชน ก่อนจะโป๊ะแตกพบเป็น “ใบรับรองแพทย์ปลอม” มุกใหม่หวังรีดเงินร้านค้า


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2569 น.ส.พิชญา แสนศรี อายุ 32 ปี เจ้าของร้าน “แค็ปบ็อกซีฟู้ด” ตั้งอยู่ภายในตลาด 62 บล็อก เขตเทศบาลนครขอนแก่น ได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่สถานีตำรวจ พร้อมนำหลักฐานแชตข้อความและใบรับรองแพทย์ปลอมมาเปิดเผยเพื่อเตือนภัยเพื่อนร่วมอาชีพ
น.ส.พิชญา เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ต.ค. ที่ผ่านมา มีลูกค้ารายหนึ่งสั่ง “ชุดปูแกะ และชุดเมนูสุดคุ้ม Box 2 (กุ้งและหอยหวานเผา)” ผ่านแอปพลิเคชันเดลิเวอรีไปรับประทานที่บ้าน แต่พอข้ามวัน (4 ต.ค.) ลูกค้ารายนี้กลับทักแชตเพจเฟซบุ๊กของร้านมาด้วยท่าทีเดือดร้อน อ้างว่าหลังทานอาหารของร้านเข้าไปแล้วเกิดอาการ ปวดบิดและท้องเสียอย่างหนัก

นอกจากนี้ลูกค้ารายนี้ยังส่งรูป ใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังใน จ.ขอนแก่น พร้อมใบแจ้งยอดค่ารักษาพยาบาลจำนวน 2,380 บาท เพื่อเรียกร้องให้ทางร้านจ่ายเงินเยียวยาค่ารักษาพยาบาลทันที

อย่างไรก็ตาม น.ส.พิชญา ได้ขอเลขบัญชีธนาคารไว้ก่อน พร้อมแจ้งว่าจะโอนเงินคืนให้ในวันถัดไป แต่ด้วยความสงสัยจึงตัดสินใจต่อสายตรงไปยังโรงพยาบาลเอกชนที่ถูกระบุในใบรับรองแพทย์เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง


ทันทีที่ทางโรงพยาบาลตรวจสอบ เอกสารดังกล่าวพบว่า เป็นใบรับรองแพทย์ปลอมทั้งฉบับ โดยโลโก้โรงพยาบาลเป็นโลโก้เก่าที่เลิกใช้ไปแล้ว,ไม่มีรายชื่อนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ระบุในใบรับรองแพทย์ปฏิบัติงานในโรงพยาบาล และไม่พบประวัติการเข้ารักษาของลูกค้ารายนี้แต่อย่างใด

ทางโรงพยาบาลจึงแนะนำให้เจ้าของร้านรีบเดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีทันที เนื่องจากเข้าข่ายปลอมแปลงเอกสารและพยายามฉ้อโกง

เจ้าของร้านเปิดเผยต่อว่า แม้พนักงานสอบสวนจะทำได้เพียงลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเนื่องจากทางร้านยังไม่ได้โอนเงินไป (ความเสียหายทางทรัพย์สินยังไม่เกิดขึ้น) แต่เมื่อเช็กไปยังบริษัทเดลิเวอรี ก็พบว่ามิจฉาชีพรายนี้เคยนำเอกสารปลอมชุดเดียวกันนี้ยื่นเคลมเพื่อหวังเงินคืน แต่ถูกระบบปัดตกไปแล้วเช่นกัน


เมื่อ น.ส.พิชญา ทักท้วงกลับไปหาลูกค้ารายดังกล่าวพร้อมหลักฐานยืนยันจากโรงพยาบาล ฝั่งคู่กรณีจึงยอมจำนนและอ้างหน้าตาเฉยว่า “ไม่ได้มีเจตนาไม่ดี เพียงแค่อยากได้เงินค่าอาหารคืนเท่านั้น จึงต้องทำใบรับรองแพทย์ปลอมขึ้นมา”

"หากลูกค้าทานอาหารที่ร้านแล้วเกิดอาการอาหารเป็นพิษจริง ทางร้านเรามีมาตรการและพร้อมที่จะรับผิดชอบอย่างเต็มที่อยู่แล้ว แต่การทำเอกสารปลอมมาต้มตุ๋นแบบนี้เป็นเรื่องที่รับไม่ได้" น.ส.พิชญา กล่าว