xs
xsm
sm
md
lg

สุดช้ำ! น้ำท่วมสวนสละท่าใหม่สูงเกือบ 2 เมตร นาน 5 วัน ผลผลิตหายวับกว่า 1 ล้านบาท ต้องฟื้นสวนอย่างน้อย 1 ปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



จันทบุรี — สถานการณ์น้ำท่วมใน จ.จันทบุรี แม้หลายพื้นที่ระดับน้ำเริ่มลดลง แต่ยังทิ้งความเสียหายหนักให้กับภาคการเกษตร โดยเฉพาะสวนผลไม้ในพื้นที่บ้านแพ่งหน้าผาล่าง หมู่ 5 ต.เขาแก้ว อ.ท่าใหม่ พบสวนสละของเกษตรกรถูกน้ำท่วมสูงเกือบ 2 เมตรนานเกือบ 5 วัน ผลผลิตและช่อดอกเสียหายเป็นวงกว้าง กระทบรายได้ที่เคยมีมากกว่าเดือนละ 1 แสนบาท

วันนี้ (5 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหาย พบสวนสละของ “ครูจุ๋ย” หรือนางสมทรง บุญช่วย อายุสวนกว่า 8 ปี มีพื้นที่รวมกว่า 11 ไร่ ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากน้ำท่วม

ครูจุ๋ย เปิดเผยว่า ช่วงเช้าวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา น้ำเริ่มไหลเข้าพื้นที่สวน แต่ขณะนั้นยังไม่คาดคิดว่าระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กระทั่งช่วงเย็นคนงานแจ้งว่าน้ำขึ้นถึงระดับเอว ก่อนเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องจนเกือบ 2 เมตร ทำให้ต้องเร่งอพยพออกจากสวน หลายคนไม่มีเวลาเก็บข้าวของและทรัพย์สินขึ้นที่สูง

เจ้าของสวนบอกว่า แม้ที่ผ่านมาในพื้นที่จะเคยมีฝนตกหนัก แต่ไม่เคยพบสถานการณ์น้ำมาเร็วและรุนแรงเช่นครั้งนี้

ก่อนเกิดน้ำท่วม สวนสละแห่งนี้อยู่ในช่วงให้ผลผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยสละบางส่วนเริ่มมีความหวานและทยอยตัดจำหน่ายได้ ซึ่งการเก็บเกี่ยวในแต่ละรอบสามารถตัดผลผลิตได้ประมาณ 4 ตัน

แต่รอบล่าสุดสามารถเก็บขายได้เพียงประมาณ 2 ตัน ส่วนที่เหลือถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ยังมีช่อดอกและผลอ่อนที่กำลังเตรียมให้ผลผลิตในรอบถัดไปได้รับความเสียหายด้วย

ครูจุ๋ย กล่าวว่า สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการในขณะนี้คือการฟื้นฟูสวน โดยต้องเก็บกวาดพื้นที่ เปิดทางให้อากาศถ่ายเท และเร่งตัดช่อดอก รวมถึงผลที่ได้รับความเสียหายออกทั้งหมด เพื่อให้ต้นสละได้พักและฟื้นตัว

คาดว่าจะต้องใช้เวลาบำรุงรักษาประมาณ 1 ปี กว่าต้นสละจะกลับมาออกช่อดอกและให้ผลผลิตที่มีคุณภาพได้อีกครั้ง

ความเสียหายครั้งนี้ยังหมายถึงรายได้ของสวนที่จะหายไปตลอดช่วงการฟื้นฟู โดยในภาวะปกติสวนสละแห่งนี้สามารถสร้างรายได้ประมาณ เดือนละกว่า 100,000 บาท หรือปีละไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท ขณะที่มีต้นทุนค่าปุ๋ย ค่ายา และค่าดูแลรักษาสวนไม่น้อยกว่า เดือนละ 15,000 บาท

นอกจากความเสียหายด้านผลผลิตแล้ว สิ่งที่เจ้าของสวนกังวลคือขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ เนื่องจากทะเบียนเกษตรกรเดิมไม่ได้ปรับปรุงข้อมูลอย่างต่อเนื่อง จึงต้องดำเนินการขึ้นทะเบียนและขอเอกสารรับรองจากสำนักงานเกษตรอำเภออีกครั้ง ก่อนนำเอกสารไปแจ้งและยืนยันความเสียหายกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ต่อไป

ครูจุ๋ย ยังระบุว่า ความเสียหายไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะสวนของตนเอง แต่สวนผลไม้ของเกษตรกรในพื้นที่อีกหลายแห่งก็ได้รับผลกระทบรุนแรง บางสวนเสียหายเกือบทั้งแปลง หลังน้ำลดจึงเริ่มเห็นต้นไม้เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและทยอยยืนต้นตาย สร้างความกังวลและความเครียดให้กับเกษตรกรเจ้าของสวนเป็นอย่างมาก

พร้อมเสนอให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขและทีมสุขภาพจิตเร่งลงพื้นที่เยี่ยมเยียน พูดคุย และให้คำปรึกษาแก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ได้ระบายความรู้สึกและได้รับการดูแลด้านจิตใจ ควบคู่ไปกับการช่วยเหลือเยียวยาความเสียหายด้านทรัพย์สินและการประกอบอาชีพ