สมุทรสงคราม – ชาวบ้านตั้งคำถาม “ทะเลลด แต่น้ำท่วมทำไมยังไม่ลด” หลังสถานการณ์น้ำใน จ.สมุทรสงคราม มีความแตกต่างอย่างชัดเจน โดยบริเวณปากอ่าวแม่กลองและดอนหอยหลอด อ.เมืองฯ ระดับน้ำลดลงจนเห็นสันดอน ขณะที่พื้นที่ อ.อัมพวา และ อ.บางคนที หลายจุดยังมีน้ำท่วมขังสูงตั้งแต่ระดับหัวเข่าถึงเอว ชาวบ้านต้องเดินลุยน้ำและใช้เรือสัญจร น้ำขังหลายวันเริ่มส่งกลิ่นเหม็น หวั่นกระทบสุขอนามัยและพื้นที่การเกษตร
สถานการณ์น้ำท่วมใน จ.สมุทรสงคราม ขณะนี้พบความแตกต่างระหว่างพื้นที่ตอนล่างซึ่งอยู่ใกล้ปากอ่าวแม่กลอง กับพื้นที่ตอนบนอย่างชัดเจน โดยในเขต อ.เมืองสมุทรสงคราม น้ำในหลายพื้นที่ลดลงเกือบหมด โดยเฉพาะบริเวณตลาดแม่กลอง ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีประวัติน้ำท่วม แต่สถานการณ์ครั้งนี้ไม่ได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกัน
ขณะที่บริเวณปากอ่าวแม่กลองและดอนหอยหลอด พบว่าระดับน้ำลดลงอย่างมากจนสามารถมองเห็นพื้นที่ดอนและสันดอนได้อย่างชัดเจน
แต่เมื่อไล่ขึ้นไปยังพื้นที่ อ.อัมพวา และ อ.บางคนที กลับพบว่าหลายชุมชนยังมีน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะบ้านเรือนริมคลองและพื้นที่สวน บางแห่งน้ำสูงถึงระดับหัวเข่า ขณะที่บางจุดสูงถึงเอว ประชาชนยังต้องเดินลุยน้ำ ใช้เรือสัญจร และยกสิ่งของเครื่องใช้ภายในบ้านขึ้นที่สูง แม้ช่วงที่ผ่านมาแทบไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติมแล้วก็ตาม
ก่อนหน้านี้ พื้นที่ อ.บางคนที และ อ.อัมพวา ได้รับผลกระทบจากมวลน้ำในแม่น้ำแม่กลองที่เพิ่มสูงขึ้น หลังมีการเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนแม่กลองในช่วงปลายเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา โดยระดับการระบายน้ำเคยสูงกว่า 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และจังหวัดได้ประกาศให้ทั้ง 3 อำเภอเป็นพื้นที่ประสบอุทกภัย
ขณะที่ข้อมูลจากหน่วยงานด้านน้ำระบุว่า การระบายน้ำจากเขื่อนแม่กลองได้เริ่มลดลงจนใกล้เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ทำให้ชาวบ้านเกิดข้อสงสัยว่า เมื่อระดับน้ำบริเวณปากอ่าวแม่กลองลดลง เหตุใดน้ำที่ท่วมอยู่ในพื้นที่ อ.อัมพวา และ อ.บางคนที จึงยังไม่ลดลงตามไปด้วย
ชาวบ้านบางรายตั้งข้อสังเกตว่า ปัจจัยหนึ่งอาจเกี่ยวข้องกับระบบทางน้ำภายในพื้นที่ ทั้งคลองซอย คูคลองตามร่องสวน และท่อระบายน้ำที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำแม่กลอง หากบางจุดมีสภาพตื้นเขิน มีวัชพืช สิ่งกีดขวาง หรือท่อระบายน้ำอุดตัน อาจทำให้การระบายน้ำจากพื้นที่ลุ่มลงสู่แม่น้ำสายหลักทำได้ช้าลง
นอกจากนี้ น้ำที่ท่วมขังไม่ได้อยู่เฉพาะในแม่น้ำ แต่กระจายอยู่ตามร่องสวน พื้นที่ลุ่ม และชุมชนจำนวนมาก เมื่อระดับน้ำในแม่น้ำแม่กลองลดลง น้ำจากพื้นที่ด้านในจึงยังต้องไหลผ่านคลองและทางน้ำเชื่อมต่อก่อนออกสู่แม่น้ำ หากมีจุดคอขวดหรือทางน้ำระบายไม่ทัน ก็อาจทำให้น้ำท่วมขังต่อเนื่อง แม้ระดับน้ำบริเวณปากอ่าวจะลดลงแล้วก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวยังเป็นเพียงข้อสังเกตของประชาชนในพื้นที่ และจำเป็นต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงสำรวจระบบทางน้ำจริง เพื่อหาสาเหตุอย่างเป็นระบบว่าเกิดจากสภาพคลองตื้นเขิน ท่อหรือทางระบายน้ำอุดตัน ลักษณะภูมิประเทศ หรือมีปัจจัยอื่นร่วมด้วยหรือไม่
ชาวบ้านบางพื้นที่ยังระบุว่า ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำหรือคลองเพิ่มสูง น้ำสามารถเอ่อผ่านแนวถนนเข้าสู่บ้านเรือนและพื้นที่สวนได้ แต่เมื่อระดับน้ำภายนอกลดลง น้ำที่อยู่ด้านในกลับระบายออกได้ช้าหรือไม่สามารถระบายด้วยแรงโน้มถ่วงได้ทัน จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณานำเครื่องสูบน้ำเข้าช่วยเร่งระบายในจุดที่มีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน
เพราะขณะนี้สิ่งที่ชาวบ้านกังวลไม่ใช่เพียงระดับน้ำ แต่คือ “น้ำขังนาน” ซึ่งเริ่มส่งกลิ่นเหม็นและอาจกระทบต่อสุขอนามัย รวมถึงสร้างความเสียหายต่อพืชผลทางการเกษตรและทรัพย์สิน หากยังมีน้ำขังต่อเนื่องอีกหลายวัน
สถานการณ์จึงเกิดภาพที่ชวนให้ตั้งคำถามว่า “สมุทรสงครามน้ำกำลังลด หรือเพียงแค่น้ำกำลังไหลไปคนละทาง?” เพราะขณะที่บริเวณปากอ่าวแม่กลองและพื้นที่ อ.เมืองฯ น้ำเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ประชาชนในพื้นที่ลุ่มของ อ.อัมพวา และ อ.บางคนที ยังคงต้องเผชิญกับน้ำท่วมขังต่อเนื่อง
ชาวบ้านจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจ “ทางน้ำตั้งแต่ร่องสวน คูคลอง ท่อระบายน้ำ ไปจนถึงแม่น้ำแม่กลอง” อย่างเป็นระบบ เพื่อค้นหาจุดคอขวดและพิจารณาจุดที่สามารถติดตั้งเครื่องสูบน้ำช่วยเร่งระบายได้ หากแก้ปัญหาได้ตรงจุด ก็จะช่วยให้น้ำที่ยังค้างอยู่ในพื้นที่ อ.อัมพวา และ อ.บางคนที ลดลงเร็วขึ้น และลดความเสี่ยงปัญหาน้ำเน่าเสียจากการขังเป็นเวลานาน


