xs
xsm
sm
md
lg

ผวาฝนรอบใหม่! ชัยนาทเร่งรับมือหวั่นน้ำท่วมขยายวง “ยายวัย 69” ยังซ่อมเรือไม่ทัน ต้องลุยน้ำ 80 ซม. เข้าออกบ้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ชัยนาท – ชาวบ้านพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมใน อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เร่งเตรียมรับมือฝนรอบใหม่ หลังกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนช่วงวันที่ 5-7 ต.ค.นี้ อาจมีฝนตกหนักถึงหนักมาก หวั่นมวลน้ำเพิ่มสูงและขยายวงกว้าง ด้านเจ้าหน้าที่เร่งสูบน้ำ เสริมแนวกระสอบทรายป้องกันพื้นที่สำคัญ ขณะที่ยายวัย 69 ปี ยังซ่อมเรือไม่ทัน ต้องเดินลุยน้ำสูงกว่า 80 เซนติเมตรเข้าออกบ้าน หวั่นฝนซ้ำเติมน้ำท่วมสูงกว่าเดิม

วันนี้ (5 ต.ค.) จากการแจ้งเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยา ระหว่างวันที่ 5-7 ต.ค. จะมีสภาพอากาศแปรปรวน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ภาคกลาง ทำให้ชาวบ้านและหน่วยงานในพื้นที่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เร่งเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ เนื่องจากหลายพื้นที่ยังมีน้ำท่วมขัง เกรงว่าฝนที่ตกลงมาเพิ่มเติมจะทำให้น้ำท่วมขยายวงกว้างและระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น

ในที่ ต.บางหลวง เทศบาลตำบลบางหลวงนำเครื่องสูบน้ำชนิดท่อซิ่งมาติดตั้งริมทางหลวงหมายเลข 311 เร่งสูบน้ำที่ท่วมขังลงคลอง 1 ซ้าย เพื่อเร่งระบายน้ำและป้องกันไม่ให้น้ำเอ่อเข้าท่วมพื้นที่หมู่บ้านชั้นใน หากเกิดฝนตกหนักในช่วงนี้

ส่วนที่ ต.ตลุก เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนจากกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 13 จ.กาญจนบุรี และกำลังทหารจากกองบิน 4 ตาคลี จ.นครสวรรค์ ระดมกำลังเสริมแนวกระสอบทรายบริเวณข้างโรงเรียนบางไก่เถื่อน ให้มีความสูงและแข็งแรงมากขึ้น เพื่อป้องกันมวลน้ำที่ท่วมอยู่ในหมู่บ้านไหลเข้าท่วมโรงเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก รวมทั้งป้องกันแนวกระสอบทรายพังทลาย หากมีฝนตกหนักเพิ่มเติม

ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่น้ำท่วมยังต้องใช้ชีวิตด้วยความยากลำบาก หลายครอบครัวยังไม่มีเรือใช้งาน เนื่องจากน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเรือไม้ที่ยังไม่ทันนำออกมายาแนวและซ่อมแซมรอยรั่ว ทำให้บางรายต้องเดินลุยน้ำเข้าออกบ้านไปก่อน

นางผจงจิต์ เลี้ยงล่ำ อายุ 69 ปี ชาวบ้านหมู่ 3 ต.ตลุก เปิดเผยว่า ขณะนี้ต้องเดินลุยน้ำที่มีระดับสูงกว่า 80 เซนติเมตรเข้าออกบ้าน เนื่องจากเรือของตนเองและพี่สาวยังไม่ได้ซ่อมแซมรอยรั่ว โดยนำเรือไปคว่ำไว้ริมถนนและรอช่างเข้ามาซ่อม แต่ยังไม่ทราบว่าจะได้ซ่อมเมื่อใด

นางผจงจิต์ กล่าวว่า สิ่งที่กังวลคือหากมีฝนตกหนักลงมาอีก น้ำอาจเพิ่มสูงขึ้นและทำให้การใช้ชีวิตลำบากมากกว่าเดิม ที่ผ่านมาน้ำเคยท่วมแล้วลดลงเพียงไม่กี่วัน ก่อนจะกลับมาท่วมซ้ำอีกครั้ง จึงกลัวว่าจะเกิดสถานการณ์ซ้ำรอยขึ้นอีก

ด้านสถานการณ์น้ำล่าสุด แม่น้ำเจ้าพระยาที่สถานีวัดน้ำ C.2 จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำลดลงจาก 2,132 เหลือ 2,038 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่แม่น้ำสะแกกรัง ซึ่งไหลมาสมทบแม่น้ำเจ้าพระยาที่ อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท มีปริมาณลดลงจาก 285 เหลือ 155 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำ Sideflow หรือน้ำสมทบ เพิ่มขึ้นจาก 638 เป็น 787 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่กรมชลประทานยังบริหารจัดการน้ำ โดยผันน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานทั้งสองฝั่งเหนือเขื่อนเจ้าพระยา 574 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และระบายน้ำลงท้ายเขื่อนในอัตรา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีต่อเนื่องเป็นวันที่ 4

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ลุ่มต่ำยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงที่มีฝนตกหนักระลอกใหม่ พร้อมเตรียมเรือ เครื่องสูบน้ำ และสิ่งของจำเป็น เพื่อรับมือหากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง