เชียงราย – ไทย-พม่า ผวากันทั้งลุ่มน้ำ..หลังผลพิสูจน์ซ้ำๆ พบน้ำสายปนเปื้อนสารเคมีชัดเจน-ผู้ว่าฯประกาศคน 4 ตำชายแดนแม่สาย เลี่ยงใช้น้ำ ขณะที่สื่อท้องถิ่นรัฐฉานเผยกระทบนาข้าว/พื้นที่เกษตร 70,000 เฮกตาร์-ไทยสุ่มตรวจคน 18 อำเภอ เจอสารเคมีในร่างกายเกินแล้ว 31 ราย จ่อตรวจซ้ำภายในปีนี้
หลังจากนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าฯเชียงราย ได้ประกาศให้พื้นที่ 4 ตำบล ของ อ.แม่สาย หลีกเลี่ยงการนำน้ำจากแม่น้ำสายมาใช้โดยตรงโดยเฉพาะผลิตน้ำดื่ม ประกอบอาหาร ทำน้ำแข็ง แปรรูปอาหาร ล้างภาชนะ หรือกิจกรรมที่อาจทำให้สารปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกาย เนื่องจากกรมควบคุมมลพิษ ตรวจพบสารโลหะหนักในแม่น้ำสาย-แม่น้ำรวก ชายแดนไทย-เมียนมา ด้าน จ.เชียงราย เกินค่ามาตรฐานอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 22 นั้น
ล่าสุดพบสภาพของแม่น้ำสายที่ไหลมาจากประเทศเมียนมา ยังคงขุ่นเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังจากระดับน้ำลดเพราะไม่มีฝนตกหนักเหมือนช่วงก่อน ซึ่งสร้างความกังวลให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่ง
ด้าน Eastern Thanlwin สื่อท้องถิ่นที่ติดตามสถานการณ์ในรัฐฉานตะวันออก รายงานว่าขณะนี้ชาวไทยได้เรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหาสารโลหะหนักปนเปื้อนแม่น้ำ และหน่วยงานด้านสาธารณสุขของไทยได้ตรวจสุขภาพประชาชนใน 18 อำเภอจำนวน 569 คน พบมีสารเคมีในร่างกายเกินมาตรฐาน 31 คน ทำให้จะมีการตรวจอย่างละเอียดภายในสิ้นปีนี้โดยร่วมมือกับโรงพยาบาลและหน่วยงานท้องถิ่น ขณะที่มีพื้นที่เพาะปลูกลุ่มแม่น้ำแม่สายเกือบ 70,000 เฮกเตอร์ ที่จำเป็นต้องใช้น้ำจากแม่น้ำ
นางนงนุช สิงห์แก้ว ชาวบ้านชุมชนสายลมจอย อ.แม่สาย กล่าวว่าสภาพแม่น้ำสายที่ขุ่นข้นขึ้นได้สร้างความวิตกกังวลต่อชาวบ้านมาก ไม่มีใครกล้าลงไปสัมผัสหรือนำน้ำมาใช้เหมือนก่อน จึงขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพน้ำต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามภาคการเกษตรที่ยังคงจำเป็นต้องใช้น้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จึงอยากให้แก้ไขที่ต้นเหตุเพราะหากปล่อยไว้ในระยะยาวจะกระทบหนัก
ดร.สืบสกุล กิจนุกร นักวิชาการสำนักวิชานวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เปิดเผยว่าต้องขอบคุณผู้ว่าฯเชียงราย ที่ประกาศแจ้งเตือนประชาชนให้ทราบถึงสถานการณ์การมีสารโลหะหนักเกินค่ามาตรฐานความปลอดภัยต่อการอุปโภคบริโภคโดยตรง แต่ที่จริงประกาศนี้ควรจะออกมาตั้งแต่เดือน เม.ย.2568 ซึ่งเริ่มพบสารโลหะหนักเกินค่ามาตรฐานแล้ว
อย่างไรก็ดีประกาศได้ทำให้ทั้งประชาชนและภาครัฐไม่ต้องถกเถียงหรือสงสัยกันอีกต่อไป หลังจากที่ผ่านมาภาคประชาชนสงสัยมาตลอดว่าแม่น้ำยังปลอดภัยดีอยู่หรือไม่และภาครัฐมักให้คำตอบไม่ชัดเจน ปัจจุบันประกาศครอบคลุมเฉพาะการใช้น้ำเกือบทุกด้าน แต่ยังยกเวันเพื่อการเกษตร ซึ่งมีเนื้อที่นาข้าวใน 8 ตำบล 54 หมู่บ้าน ทำนาปีละ 2 ครั้งรวมกันกว่า 60,500 ไร่ คาดว่าเพราะได้อ้างอิงเกณฑ์องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ที่กำหนดว่าสารหนูไม่เกิน 0.10 มิลลิกรัมต่อลิตร และตะกั่ว 5.0 มิลลิกรัมต่อลิตร
ดังนั้นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ควรตั้งคณะกรรมาการระดับชาติขึ้นมา โดยมีองค์ประกอบจากภาครัฐ วิชาการ ประชาสังคม เกษตรกร ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย แนวทาง มาตรการและแผนปฏิบัติการพร้อมงบประมาณสนับสนุน ส่วนรัฐบาลนั้นจะเห็นได้ว่าในระดับจังหวัดมีการยกระดับการเฝ้าระวังแล้ว รัฐบาลจึงต้องยกระดับการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุตามมา นอกเหนือจากการข้อตกลงหรือ TOR ไทย-เมียนมา
เช่น ยุติการนำเข้าแร่สำคัญจากประเทศเมียนมาเป็นการชั่วคราวตลอดแนวชายแดน อ.เชียงของ อ.เชียงแสน อ.แแม่สาย จ.เชียงราย อ.แม่สอด จ.ตาก อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน อ.สังขละบุรี บ้านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี ด่านสิงขร จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ จ.ระนอง
เพื่อให้รัฐบาลเมียนมาและกองกำลังชาติพันธุ์ติดอาวุธต้องเจรจากับไทยอย่างจริงจัง,ยุติการส่งออกแร่สำคัญเป็นการชั่วคราวไปยังประเทศจีน เพื่อให้จีนยอมเจรจาหาทางออก,ยุติการส่งออกเครื่องจักรและสารเคมีในการทำเหมืองแร่ไปยังเมียนมาเป็นการถาวร,ให้บริษัทในประเทศไทยผู้นำเข้าแร่จากเมียนมา และบริษัทผู้ส่งออกแร่ต้องแสดงที่ตั้งเหมืองแร่ที่รับซื้อมาจากฝั่งเมียนมาทั้งหมด เพื่อนำไปสู่การตรวนสอบและสร้างหลักประกันต่อไป


