ชัยนาท – น้ำท่วมในพื้นที่ จ.ชัยนาท ยังน่าเป็นห่วง หลังระดับแม่น้ำเจ้าพระยายกตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ท้ายเขื่อนแล้ว 5 ตำบล ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 5,000 ครัวเรือน ขณะที่พื้นที่เสี่ยงซึ่งยังไม่ถูกน้ำท่วมเร่งสูบน้ำ เสริมคันดินและแนวกระสอบทราย เตรียมรับมือฝนตกหนักระหว่างวันที่ 4-7 ต.ค.นี้
วันนี้ (4 ต.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระดับแม่น้ำเจ้าพระยาในพื้นที่ จ.ชัยนาท เพิ่มสูงขึ้นอยู่ที่ 15.93 เมตร (รทก.) จากการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3
ส่งผลให้น้ำที่ไหลเข้าคลองบางเสวย บริเวณ ต.โพนางดำตก อ.สรรพยา มีระดับสูงกว่าบานประตูระบายน้ำบางเสวยประมาณ 1.90 เมตร ทำให้น้ำไหลล้นบานประตูลงคลองอีกฝั่งอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ชลประทานจึงเร่งระบายน้ำจากคลองบางเสวยออกไปยังคลองส่งน้ำ 1 ซ้าย เพื่อควบคุมมวลน้ำและป้องกันไม่ให้น้ำขยายวงกว้างเข้าสู่พื้นที่ อ.สรรคบุรี
ขณะที่บริเวณคลองสารวัตร น้ำได้เอ่อท่วมประตูบังคับน้ำบางสารวัตร และเริ่มล้นขึ้นมาบนถนนทางหลวงหมายเลข 311 สายชัยนาท-สิงห์บุรี เจ้าหน้าที่นำกระสอบทรายเข้ากั้นแนวน้ำ เพื่อลดผลกระทบต่อประตูระบายน้ำและป้องกันไม่ให้น้ำไหลข้ามผิวจราจร ทำให้ยังสามารถใช้เส้นทางได้ตามปกติ แต่ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องเพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำและระบายน้ำข้ามถนนเป็นระยะ
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.สรรพยา ขณะนี้มีพื้นที่ถูกน้ำท่วมแล้ว 5 ตำบล ได้แก่ ต.ตลุก ต.หาดอาษา ต.โพนางดำออก ต.โพนางดำตก และ ต.บางหลวง ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 5,000 ครัวเรือน
มวลน้ำยังคงไหลเข้าพื้นที่และขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง โดยบางจุดมีระดับน้ำท่วมสูงกว่า 1.50 เมตร แม้บางพื้นที่ระดับน้ำยังพอสามารถเดินลุยได้ แต่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องใช้เรือเป็นพาหนะในการเดินทางเข้า-ออกพื้นที่
ส่วนพื้นที่อีก 3 ตำบล ได้แก่ ต.สรรพยา ต.เจ้าพระยา และ ต.โพธิ์พิทักษ์ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ถูกน้ำท่วม เจ้าหน้าที่และประชาชนต่างเร่งสูบน้ำที่ท่วมขังจากฝนตกครั้งก่อน พร้อมเสริมความแข็งแรงของคันดินและแนวกระสอบทราย เพื่อป้องกันน้ำทะลักเข้าพื้นที่
ทั้งนี้ ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนตกหนักระหว่างวันที่ 4-7 ต.ค. 69 อย่างใกล้ชิด รวมถึงเตรียมรับมือมวลน้ำก้อนใหม่ หากเขื่อนเจ้าพระยามีความจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณการระบายน้ำมากกว่า 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งอาจส่งผลให้สถานการณ์น้ำท้ายเขื่อนรุนแรงและขยายวงกว้างมากขึ้น


