ศูนย์ข่าวศรีราชา – เปิดภาพวงจรปิดนาทีระทึก! ต้นมะม่วงป่ายักษ์อายุกว่า 100 ปี สูงกว่า 20 เมตร ถูกลมพายุพัดถอนรากโค่นล้มทับโรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หลังพนักงานหลายสิบชีวิตกำลังนั่งกินข้าวอยู่บริเวณศาลาหน้าโรงงาน แต่ฝนตกหนักทำให้พากันเข้าไปหลบฝนในอาคาร ก่อนต้นไม้ล้มลงมาทับจุดที่นั่งกินข้าวพอดี เคราะห์ดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ รถจักรยานยนต์เสียหาย 4 คัน พร้อมสายไฟฟ้าขาด
วันนี้ (3 ต.ค.) ศูนย์วิทยุแจ้งเหตุหน่วยกู้ภัยสว่างประทีปศรีราชา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุพายุฝนและลมแรงพัดต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับโรงงาน มีพนักงานอยู่ภายในเป็นจำนวนมาก เหตุเกิดภายในซอยในซาก 11 หมู่ 5 ต.บึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงประสานนายพยับ สิงห์คำคูณ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ต.บึง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองขาม และเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ เข้าตรวจสอบ
ในที่เกิดเหตุพบต้นมะม่วงป่าอายุกว่า 100 ปี ความสูงกว่า 20 เมตร ลำต้นขนาดใหญ่ประมาณ 3 คนโอบ ถูกลมพัดถอนรากถอนโคน ล้มพาดขวางถนน โดยปลายต้นฟาดเข้าใส่โรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ส่งผลให้หลังคาห้องพักและซุ้มนั่งเล่น 2 หลังได้รับความเสียหาย รวมถึงหลังคาโรงงาน และรถจักรยานยนต์ของพนักงานที่จอดอยู่หน้าโรงงานถูกต้นไม้ล้มทับเสียหาย 4 คัน
นอกจากนี้ แรงล้มของต้นไม้ยังทำให้สายไฟฟ้าขาด ส่งผลให้บ้านเรือนบริเวณโดยรอบไม่มีไฟฟ้าใช้เป็นการชั่วคราว และต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มพาดปิดถนน เจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจรเพื่อความปลอดภัย เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ขณะที่ภาพจากโทรศัพท์มือถือของพนักงานรายหนึ่งบันทึกบรรยากาศก่อนเกิดเหตุ ขณะฝนตกลงมาอย่างหนัก โดยพนักงานนั่งกินข้าวอยู่บริเวณหน้าโรงงานและถ่ายคลิปส่งให้หัวหน้าเพื่อรายงานสถานการณ์ ก่อนที่ภาพจากกล้องวงจรปิดจะจับภาพขณะเกิดเหตุ ขณะที่ลมพัดกระหน่ำจนต้นมะม่วงป่ายักษ์โค่นลงมาอย่างรวดเร็ว ฟาดใส่สายไฟและโรงงานจนได้รับความเสียหาย
นางอ้อย พลพันธ์ อายุ 52 ปี ชาวบ้านที่มีบ้านพักอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนเองนั่งอยู่ภายในบ้าน ห่างจากต้นไม้ประมาณ 5 เมตร จู่ๆ มีลมและฝนตกลงมาอย่างรุนแรง ก่อนจะได้ยินเสียงดังคล้ายต้นไม้หัก จากนั้นต้นมะม่วงก็ล้มลงไปอีกฝั่ง ฟาดสายไฟจนขาด ก่อนล้มทับโรงงานฝั่งตรงข้ามเสียงดังสนั่น
นางอ้อยกล่าวว่า ต้นมะม่วงป่าต้นนี้มีอายุกว่า 100 ปีแล้ว รู้สึกตกใจมากและโชคดีที่ต้นไม้ไม่ล้มมาทางบ้านของตนเอง ที่สำคัญช่วงเกิดเหตุเป็นช่วงพักกลางวัน ซึ่งโดยปกติจะมีพนักงานมานั่งรับประทานอาหารบริเวณดังกล่าวเป็นจำนวนมาก แต่วันเกิดเหตุฝนตกหนัก ทำให้พนักงานพากันเข้าไปหลบฝนในโรงงาน ก่อนที่ต้นมะม่วงยักษ์จะล้มลงมาทับบริเวณที่พนักงานนั่งกินข้าวพอดี จึงไม่มีใครได้รับอันตราย
ด้านนายเชิดพงษ์ ธัญญเจริญ อายุ 36 ปี พนักงานโรงงาน เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองนั่งกินข้าวอยู่ที่ศาลานั่งเล่นหน้าโรงงานกับแฟน ซึ่งเป็นจุดเดียวกับที่ต้นมะม่วงล้มลงมาทับ ระหว่างนั้นสังเกตเห็นต้นไม้กำลังจะล้ม จึงรีบดึงมือแฟนวิ่งเข้าไปหลบตรงบริเวณซิงค์ล้างจาน ทำให้รอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด
นายเชิดพงษ์กล่าวว่า ขณะนั้นทั้งลมและฝนตกลงมาอย่างหนัก เมื่อเห็นต้นไม้ล้มรู้สึกตกใจจนตัวสั่น เพราะหากหลบไม่ทันอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ นอกจากนี้ต้นไม้ยังล้มทับรถจักรยานยนต์ของพนักงานได้รับความเสียหายอีกหลายคัน โดยถือเป็นโชคดีที่ฝนตกหนัก ทำให้พนักงานส่วนใหญ่เข้าไปหลบฝนอยู่ภายในโรงงาน
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ เตรียมเข้าดำเนินการตัดและเคลื่อนย้ายต้นไม้ออกจากพื้นที่ เพื่อเปิดเส้นทางการจราจร ขณะที่เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าจะเข้าดำเนินการตัดกระแสไฟฟ้าและแก้ไขสายไฟที่ได้รับความเสียหาย ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าตัดต้นไม้ เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน


