ระยอง - ตะพงยังวิกฤต แม้หลายพื้นที่ระยองระดับน้ำเริ่มลดลงต่อเนื่อง แต่ถนนสุขุมวิทช่วงหน้าค่ายทหาร พัน ร.7 ถึงสี่แยกตะพงยังมีน้ำท่วมขังสูงเหนือเข่า รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ ประชาชนต้องหลีกเลี่ยงเส้นทาง หลังท่วมขังต่อเนื่องหลายวันเริ่มส่งกลิ่นเหม็นเน่า นายก อบจ.ระยองระดมรถแบ็กโฮ เครื่องสูบน้ำ และเครื่องผลักดันน้ำ เร่งเปิดทางน้ำและระบายลงทะเล คาดหากไม่มีฝนซ้ำ 2–3 วันสถานการณ์คลี่คลาย
เวลา 15.30 น. วันที่ 2 ต.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.ระยองว่า หลายจุดระดับน้ำเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง ถนนหลายสายรถยนต์ขนาดเล็กสามารถกลับมาสัญจรได้แล้ว แต่พื้นที่ ต.ตะพง อ.เมืองระยอง ซึ่งเป็นพื้นที่ประกาศภัยพิบัติหมู่ 1–16 ยังมีน้ำท่วมขังเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะถนนสุขุมวิทตั้งแต่บริเวณหน้าค่ายทหาร พัน ร.7 ถึงสี่แยกตะพง รถเล็กยังไม่สามารถผ่านได้ ส่งผลให้ประชาชนต้องหลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น และได้รับความเดือดร้อนต่อเนื่องหลายวัน
วันนี้ นายปิยะ ปิตุเตชะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง พร้อมรองนายก อบจ.ระยอง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตะพง นายวิชิต สุทธโส ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระยอง และนายจักรกรินทร์ ทัศนา ผู้อำนวยการโครงการชลประทานระยอง นำเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานลงพื้นที่เร่งแก้ไขปัญหา พร้อมระดมรถแบ็กโฮ เครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และเครื่องผลักดันน้ำ เพื่อเปิดทางน้ำและเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเล
นายปิยะกล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้ละเลยต่อความเดือดร้อนของประชาชน เนื่องจากน้ำท่วมขังมาหลายวันจนเริ่มส่งกลิ่นเหม็นเน่า ประกอบกับสภาพพื้นที่มีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ ทำให้น้ำระบายออกได้ช้า จึงต้องเร่งใช้เครื่องจักรและเครื่องผลักดันน้ำเพื่อระบายออกสู่ทะเล โดยคาดว่าหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม สถานการณ์น่าจะคลี่คลายและกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ภายในประมาณ 2–3 วัน
ด้านนายวิชิต กล่าวว่า จุดที่น้ำท่วมขังบนถนนสุขุมวิททั้งฝั่งขาเข้าและขาออกเมืองระยอง ตั้งแต่บริเวณหน้าค่ายทหาร พัน ร.7 ถึงสี่แยกตะพง มีข้อจำกัดจากช่องทางก่อสร้าง ทำให้การระบายน้ำทำได้ยาก เบื้องต้นต้องใช้รถแบ็กโฮเปิดช่องทางน้ำ พร้อมใช้เครื่องสูบน้ำระยะไกลสูบน้ำผ่านร่องกลางถนน และระดมเครื่องสูบน้ำร่วมกับเครื่องผลักดันน้ำเพื่อเร่งระบายออกสู่ทะเล
ล่าสุดระดับน้ำบนถนนบริเวณดังกล่าวยังสูงเหนือระดับเข่าเล็กน้อย เจ้าหน้าที่ประเมินว่ายังไม่สามารถเปิดให้รถยนต์สัญจรผ่านได้ตามปกติ จึงขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางและใช้เส้นทางอื่นไปก่อน พร้อมติดตามสถานการณ์และประกาศจากหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด


