xs
xsm
sm
md
lg

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ เร่งพร่องน้ำอ่างปราณบุรี 40 ลบ.ม./วินาที รับฝนระลอกใหม่ 5–8 ต.ค.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ประจวบคีรีขันธ์ – รองผู้ว่าฯ ประจวบคีรีขันธ์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำปราณบุรี หลังมีปริมาณน้ำกว่า 317 ล้านลูกบาศก์เมตร จากความจุ 391 ล้านลูกบาศก์เมตร เริ่มพร่องน้ำวันแรกอัตรา 40 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มพื้นที่รับฝนระลอกใหม่และพายุที่คาดว่าจะส่งผลต่อพื้นที่ช่วง 5–8 ต.ค. พร้อมเตือนประชาชนริมแม่น้ำปราณบุรีและพื้นที่ลุ่มต่ำติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

วันนี้ (1 ต.ค.) นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย นายธนวัฒน์ เรืองเดช หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอปราณบุรี นายสุรชัย หลักทองคำ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปราณบุรี ตลอดจนผู้แทนหน่วยงาน ผู้นำท้องที่และท้องถิ่น ร่วมประชุมติดตามสถานการณ์น้ำและแนวทางบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ ที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาปราณบุรี สำนักงานชลประทานที่ 14 ต.หนองตาแต้ม อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์

ใน.ที่ประชุมรายงานว่า อ่างเก็บน้ำปราณบุรีมีความจุ 391 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่วันที่ 1 ต.ค. 69 มีปริมาณน้ำประมาณ 317 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงจำเป็นต้องบริหารจัดการและทยอยพร่องน้ำออกจากอ่าง เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำจากฝนที่อาจตกเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป

สำหรับวันนี้ถือเป็นวันแรกที่เริ่มทยอยพร่องน้ำ ในอัตราประมาณ 40 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตามการประเมินสถานการณ์น้ำและการคาดการณ์ปริมาณฝน โดยมีเป้าหมายเพื่อเตรียมพื้นที่รองรับฝนระลอกใหม่ รวมถึงพายุที่คาดว่าจะมีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อพื้นที่ในช่วงวันที่ 5–8 ต.ค. 69

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมปรับแผนการระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ขณะที่น้ำที่ระบายออกจากอ่างจะบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยพยายามส่งเข้าสู่สระน้ำและแหล่งน้ำในพื้นที่ชุมชน เพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ยังได้เตรียมความพร้อมด้านทรัพยากร อุปกรณ์ และกำลังเจ้าหน้าที่ เพื่อรองรับภารกิจช่วยเหลือประชาชนและการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เตรียมพร้อมดำเนินการตามแผนอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน จังหวัดขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำปราณบุรีและพื้นที่ลุ่มต่ำ ติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมดูแลทรัพย์สิน เครื่องมือ เครื่องจักร และผลผลิตทางการเกษตรตามความเหมาะสม หากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะแจ้งให้ประชาชนทราบโดยทันที