ฉะเชิงเทรา –มวลน้ำจากอ่างสียัดและพื้นที่ตอนบนไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ อ.บางคล้า-แปลงยาว ชาวบ้านโวยหนักอ้างถูกเบี่ยงทางน้ำลงพื้นที่ทำกินโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ขณะที่หญิงใบ้วัย 74 ปี น้ำท่วมบ้านถึงหน้าอก พยายามร้องขอให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปดูความเดือดร้อนถึงภายในบ้าน
วันนี้ ( 1 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์อุทกภัยใน จ.ฉะเชิงเทรา โดยเฉพาะพื้นที่ ต.เสม็ดเหนือ และ ต.เสม็ดใต้ อ.บางคล้า ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่ค่อยประสบปัญหาน้ำท่วมในลักษณะรุนแรงเช่นนี้ ส่งผลให้ชาวบ้านจำนวนมากตั้งตัวไม่ทัน ไม่สามารถขนย้ายสิ่งของและทรัพย์สินขึ้นที่สูงได้ทัน ทั้งร้านค้า สวนมะม่วง และพื้นที่เกษตรได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง
นายอุดร เคลือบเจริญ อายุ 62 ปี ชาวบ้านหมู่ 5 ต.เสม็ดเหนือ เปิดเผยว่า มีสวนมะม่วงประมาณ 4 ไร่ ปลูกมะม่วงสายพันธุ์ประจำถิ่นบางคล้า ทั้งมะม่วงแรด น้ำดอกไม้ และเขียวเสวย รวมถึงเปิดร้านขายของชำ ซึ่งขณะนี้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทั้งหมด
นายอุดรกล่าวว่า น้ำเริ่มไหลเข้าท่วมพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า ทำให้ไม่สามารถขนย้ายสิ่งของภายในร้านขึ้นที่สูงได้ทัน หากน้ำยังไม่ลดลงภายในประมาณ 15 วัน ต้นมะม่วงที่ถูกน้ำท่วมอาจได้รับความเสียหายและยืนต้นตายทั้งหมด
เจ้าตัวยังระบุว่า แม้เมื่อปี 2554 ซึ่งเกิดน้ำท่วมใหญ่ในหลายพื้นที่ของประเทศ น้ำในพื้นที่แห่งนี้ยังไม่สูงเท่ากับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยชาวบ้านตั้งข้อสังเกตว่าปริมาณน้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองสียัดถูกระบายลงมามาก หลังจากมีน้ำสะสมในอ่างจนล้น จึงทำให้มวลน้ำไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่างเป็นจำนวนมาก
“ช่วงฤดูฝน หากรู้ว่าฝนตกหนัก ทำไมไม่เหลือน้ำไว้ในอ่างเพียงประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเกิดน้ำท่วม ชาวบ้านต้องเสียทั้งทรัพย์สินและรายได้ น้ำแล้งชาวบ้านยังไม่ถึงกับจน แต่ถ้าน้ำท่วมจะจนลงทันที” นายอุดรกล่าว
นอกจากนี้ นายอุดรยังกล่าวถึงเส้นทางน้ำว่า ชาวบ้านได้รับข้อมูลว่ามีการเบี่ยงเส้นทางน้ำจากคลองท่าลาด อ.พนมสารคาม ผ่านคลองส่งน้ำบริเวณตลาดบางบ่อ อ.แปลงยาว ก่อนระบายลงคลองวังซุง ซึ่งมีประตูระบายน้ำขนาดเล็ก ทำให้การระบายไม่ทัน จนน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรใน ต.เสม็ดเหนือ และ ต.เสม็ดใต้ ขณะที่บางพื้นที่ เช่น ต.สาวชะโงก กลับไม่ได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกัน
ด้าน นางแอ อายุ 74 ปี ชาวบ้านหมู่ 5 ต.เสม็ดเหนือ ซึ่งเป็นหญิงใบ้ พยายามสื่อสารกับผู้สื่อข่าวด้วยท่าทางว่า บ้านของตนถูกน้ำท่วมสูงถึงระดับหน้าอก พร้อมพยายามพาผู้สื่อข่าวเข้าไปดูสภาพภายในบ้าน แต่เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีระดับน้ำสูงและไม่สามารถนำเรือเข้าไปได้ ผู้สื่อข่าวจึงไม่สามารถเดินทางเข้าไปตรวจสอบภายในบ้านตามที่นางแอต้องการได้
ขณะที่ชาวบ้านใน ต.เสม็ดใต้ ยังร้องเรียนว่า ขณะนี้มีชาวบ้านบางส่วนติดอยู่ภายในหมู่บ้าน และยังไม่ได้รับการอพยพออกมายังศูนย์พักพิง โดยระบุว่า อบต.เสม็ดใต้ยังไม่มีเรือเพียงพอสำหรับเข้าไปรับประชาชน ขณะที่อาสาสมัครกู้ภัยจากหลายพื้นที่ ทั้งจากภาคอีสาน อาทิ ฮุก 31 และจาก จ.ชลบุรี ได้เดินทางเข้ามาช่วยเหลือ นำสิ่งของเข้าไปแจกจ่ายและช่วยอพยพประชาชนที่ติดค้างออกจากพื้นที่
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า พื้นที่ ต.เสม็ดใต้ ถูกน้ำท่วมเกือบเต็มพื้นที่ รวมถึงบริเวณที่ทำการ อบต.เสม็ดใต้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องใช้เรือในการเข้า-ออกและขนย้ายสิ่งของ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นแนวรับน้ำที่ไหลมาจากฝั่ง อ.แปลงยาว ผ่านคลองวังซุง ซึ่งขณะนี้มีน้ำเต็มตลอดแนว ส่งผลให้ระดับน้ำฝั่ง ต.เสม็ดใต้ สูงกว่าฝั่ง ต.เสม็ดเหนือ ซึ่งอยู่คนละฝั่งถนนสาย 304 ฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี
ส่วนสถานการณ์อ่างเก็บน้ำคลองสียัด โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาคลองสียัด ได้ปรับลดการระบายน้ำ โดยเพิ่มขนาดขอบยางบริเวณสปิลเวย์ขึ้นประมาณ 10 เซนติเมตร เพื่อเพิ่มความสามารถในการกักเก็บน้ำให้มากกว่า 420 ล้านลูกบาศก์เมตร และชะลอปริมาณน้ำที่ล้นออกจากอ่าง
อย่างไรก็ตาม แม้มีการดำเนินการดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา แต่ระดับน้ำในพื้นที่ตอนล่างยังไม่ได้ลดลงอย่างชัดเจน และบางจุดกลับมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ อ.แปลงยาว อ.บางคล้า และ อ.บ้านโพธิ์
ทั้งนี้ มวลน้ำดังกล่าวอาจเป็นน้ำก้อนแรกที่ไหลลงมาจากพื้นที่ตอนบน หลังจากอ่างเก็บน้ำคลองระบมและอ่างเก็บน้ำคลองสียัดมีปริมาณน้ำล้นสปิลเวย์ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้มวลน้ำจำนวนมากไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่างอย่างต่อเนื่อง


