ศูนย์ข่าวนครราชสีมา – เขื่อนลำพระเพลิง โคราช เร่งระบายน้ำรอรับฝนถล่มอีกระลอก 5-8 ต.ค. นี้ หลังล่าสุดปริมาณน้ำในเขื่อนพุ่งสูงอย่างรวดเร็วทะลุ 126 ล้าน ลบม. กว่า 81 % ของความจุ พร้อมแจ้งเตือนประชาชนใต้เขื่อน ยกทรัพย์สินสิ่งของขึ้นที่สูง และเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
วันนี้ ( 1 ต.ค.69) ที่อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง ต.ตะขบ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ปริมาณน้ำในเขื่อนอยู่ในระดับสูงเกือบถึงปากแตร หลังจากก่อนหน้านี้ในวันที่ 22 กันยายนที่ผ่านมา ระดับน้ำภายในอ่างฯหรือเขื่อนลำพระเพลิง มีปริมาณไม่ถึง 30% แต่ในช่วงตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน เป็นต้นมามีฝนตกหนักในพื้นที่อำเภอวังน้ำและอำเภอปักธงชัย จึงมีน้ำฝนปริมาณมากไหลลงอ่างฯ ลำพระเพลิง ทำให้ปัจจุบันมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมาอยู่ที่ 126 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 81.51% ของความจุอ่างฯและยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามในช่วงนี้ยังคงอยู่ในช่วงฤดูฝนและจากพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ได้พยากรณ์เอาไว้ว่าในช่วงต้นเดือนตุลาคมระหว่างวันที่ 5 – 8 ตุลาคม นั้นจะมีฝนตก ซึ่งทำให้ทางอ่างฯ ลำพระเพลิง มีความจำเป็นต้องเร่งระบายน้ำออกจากอ่างเพื่อเตรียมรองรับน้ำฝนในช่วงเดือนตุลาคม
พร้อมกับประกาศแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ท้ายอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง ในเขตพื้นที่ อบต.ตะขบ, เทศบาลตำบลลำนางแก้ว, เทศบาลตำบลบ่อปลาทอง, อบต.สุขเกษม, อบต.ตูม, อบต.งิ้ว, เทศบาลตำบลนกออก, อบต.เกษมทรัพย์, อบต.ดอน, อบต.โคกไทย, เทศบาลเมืองเมืองปัก, อบต.พลับพลา (อ.ปักธงชัย) รวมถึง อบต.ท่าลาดขาว และ อบต.กระโทก (อ.โชคชัย) ให้เฝ้าระวัง ประชาชนที่อาศัยริมคลองธรรมชาติลำพระเพลิง ลำสำลาย และลำซอ ให้ยกทรัพย์สินและสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูง พร้อมเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำและข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด
นายพลนเรศ พันนา ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำพระเพลิง เปิดเผยว่า ปัจจุบัน อ่างฯลำพระเพลิงได้รับน้ำฝนปริมาณมากในระหว่างวันที่ 24-27 กันยายน ที่ผ่านมา ทำให้ปริมาณน้ำในวันที่ 22 กันยายน ที่เคยมีอยู่เพียง 45 ล้านลูกบาศก์เมตรนั้น พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ 126 ล้านลูกบาศก์เมตร สาเหตุที่ปริมาณน้ำในอ่างฯลำพระเพลิงพุ่งขึ้นสูงอย่างรวดเร็วกว่า อ่างเก็บน้ำอื่นๆ เพราะอ่างฯลำพระเพลิงนั้นเป็นอ่างฯที่อยู่ระหว่างร่องเขา จึงทำให้เวลาฝนตกนั้นน้ำจะไหลลงอ่างอย่างรวดเร็ว
ปัจจุบันถึงแม้ฝนจะหยุดตกแล้วแต่ยังนิ่งนอนใจไม่ได้ เพราะยังไม่หมดฤดูฝน และจากพยากรณ์อากาศยังพบว่าในระหว่างเดือนตุลาคมจะยังคงมีฝนตกในพื้นที่ ทำให้ต้องมีการบริหารจัดการน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากอ่างฯลำพระเพลิงเพื่อรับฝนรอบใหม่ที่จะตกในเดือนตุลาคม
โดยทางอ่างฯ ลำพระเพลิงได้ทำการระบายน้ำออกลงคลองชลประทานไปเก็บน้ำเอาไว้ที่อ่างฯ เก็บน้ำลำสำลาย ที่เปรียบเสมือนแก้มลิงเพื่อสำรองน้ำเอาไว้ใช้งานในช่วงฤดูแล้ง โดยระบายในอัตรา 1.3 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ส่วนอีกทางหนึ่งได้มีการผันน้ำจากคลองธรรมชาติที่เกิดจากฝนที่ตกท้ายอ่างนั้นผันลงคลองชลประทาน LMC เพื่อส่งน้ำผ่านอำเภอปักธงชัยและอำเภอโชคชัย เพื่อให้เกษตรกรที่อยู่ติดคลองชลประทานได้นำน้ำท้ายอ่างนั้นไปใช้ในทางเกษตรเพื่อประโยชน์สูงสุด
คาดว่าก่อนสิ้นสุดฤดูฝนอ่างฯลำพระเพลิง จะมีน้ำเก็บกักประมาณ 100% เพื่อใช้ในฤดูแล้งปีหน้า แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้ปัจจุบันสถานการณ์ฝนจะเริ่มคลี่คลายแล้ว แต่ก็ยังอยากให้ประชาชนพื้นที่ท้ายอ่างติดตามข่าวและสถานการณ์ของอ่างฯลำพระเพลิงอย่างใกล้ชิดเนื่องจากยังไม่พ้นฤดูฝน


