กาญจนบุรี – ฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน ทำมวลน้ำป่าจากผืนป่าต้นน้ำบนยอดเขา “หัวช้างเอราวัณ” ไหลหลากลงมาตามน้ำตกทั้ง 7 ชั้น เกิดต้นไม้หักโค่น ดินสไลด์ ท่อนไม้ขนาดใหญ่ถูกน้ำพัด รวมถึงหินปูนบริเวณหน้าผาแตกและทรุดตัว เจ้าหน้าที่เร่งระดมกำลังเคลียร์พื้นที่และฟื้นฟู หวังเปิดรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง หากสถานการณ์ฝนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
วันนี้ (1 ต.ค.) นายพิพัฒน์ ฉิมพลี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ช่วงหลายวันที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้มีปริมาณน้ำฝนสะสมจำนวนมากในผืนป่าต้นน้ำบนยอดเขา ซึ่งเจ้าหน้าที่เรียกบริเวณดังกล่าวว่า “หัวช้างเอราวัณ” ก่อนที่มวลน้ำจะไหลหลากลงสู่ชั้นน้ำตก ตั้งแต่ชั้นที่ 7 ลงมาถึงชั้นที่ 1
กระแสน้ำจำนวนมากที่ไหลลงสู่พื้นที่ด้านล่างได้พัดพากิ่งไม้ ใบไม้ และท่อนไม้ขนาดใหญ่ลงมาตามชั้นน้ำตก เจ้าหน้าที่จึงต้องเร่งเก็บกวาดและเคลียร์พื้นที่อย่างต่อเนื่องในช่วงที่ฝนหยุดตก เพื่อให้แต่ละชั้นของน้ำตกมีความปลอดภัยและพร้อมกลับมาให้บริการนักท่องเที่ยว
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 29 ก.ย. นายราชันต์ บัวตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งสำรวจความเสียหายและฟื้นฟูพื้นที่โดยเร็ว จากการตรวจสอบพบความเสียหายหลายจุด ทั้งต้นไม้ล้มทับบ้านพักนักท่องเที่ยว ดินสไลด์ และต้นไม้ใหญ่หักโค่นบริเวณน้ำตกชั้นที่ 3 หรือ “ผาน้ำตก” รวมทั้งมีท่อนไม้ขนาดใหญ่ถูกกระแสน้ำพัดลงมายังบริเวณชั้นน้ำตกด้านล่างหลายจุด
ส่วนบริเวณน้ำตกชั้นที่ 2 หรือ “วังมัจฉา” พบหินปูนบริเวณหน้าผาเกิดการแตกและทรุดตัว ขณะที่ระบบประปาภูเขาได้รับความเสียหายจากดินโคลน ส่งผลกระทบต่อระบบน้ำใช้ภายในพื้นที่อุทยานฯ
นายพิพัฒน์กล่าวว่า วันนี้ฝนหยุดตกและท้องฟ้าเปิด เจ้าหน้าที่จึงระดมกำลังเข้าดำเนินการเคลียร์พื้นที่และฟื้นฟูบริเวณน้ำตกอย่างเต็มที่ โดยมีนายกิตติ กันจันทร์วงศ์ และนายวรุณ จันทร์สว่าง ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ พร้อมเจ้าหน้าที่ร่วมปฏิบัติงาน เพื่อให้น้ำตกเอราวัณกลับมาอยู่ในสภาพสวยงามและพร้อมรองรับนักท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม การเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่จะต้องประเมินความปลอดภัยและสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิด โดยหากสามารถกลับมาเปิดให้บริการได้ อุทยานแห่งชาติเอราวัณจะประกาศแจ้งผ่านเพจของอุทยานฯ อย่างเป็นทางการอีกครั้ง พร้อมขอให้นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางมาเที่ยวอดใจรอ โดยหากไม่มีฝนตกหนักซ้ำ คาดว่าพื้นที่จะสามารถกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ในระยะต่อไป


