พระนครศรีอยุธยา - น้ำเจ้าพระยาทะลักท่วมชุมชนหมู่ 2 ต.หัวเวียง อ.เสนา เกือบเต็มพื้นที่ หลังเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำ 2,300 ลบ.ม./วินาที บ้านเรือน วัด และโรงเรียนจมอยู่ใต้น้ำสูง 2–3 เมตร ชาวบ้านต้องใช้เรือและเดินลุยน้ำเข้าออก ขณะที่โรงเรียนเร่งสอบนักเรียนก่อนประกาศหยุดเรียน เหลือครูเข้าทำงานเก็บคะแนนและตรวจข้อสอบ
วันนี้( 1 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.พระนครศรีอยุธยา หลังเขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำเป็น 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนนอกแนวคันกั้นน้ำเป็นวงกว้าง โดยจังหวัดได้รับผลกระทบแล้ว 13 อำเภอ 169 ตำบล 1,104 หมู่บ้าน 56 ชุมชน รวม 44,865 ครัวเรือน และมีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย ในพื้นที่ อ.เสนา
ในพื้นที่หมู่ 2 ต.หัวเวียง อ.เสนา พบว่าน้ำท่วมเกือบเต็มพื้นที่ชุมชน บ้านเรือน วัด และโรงเรียนได้รับผลกระทบ ระดับน้ำในบางจุดสูงประมาณ 2–3 เมตร ถนนทางเข้าชุมชนถูกน้ำท่วมจนชาวบ้านต้องใช้เรือหรือเดินลุยน้ำเข้าออก ขณะที่รถยนต์และรถจักรยานยนต์จำนวนหนึ่งต้องนำไปจอดบนสะพานและริมถนน เนื่องจากไม่สามารถนำเข้าไปถึงบ้านได้
นางสาวนฤมล ครูโรงเรียนหัวเวียง เปิดเผยว่า น้ำเริ่มเข้าท่วมโรงเรียนตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา และระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงต้องเร่งสอบนักเรียนให้เสร็จก่อนกำหนด เนื่องจากเกรงว่าน้ำจะสูงขึ้นจนเดินทางลำบาก ปัจจุบันนักเรียนทั้ง 135 คนหยุดเรียนแล้ว ส่วนครูยังเดินทางมาทำงานเพื่อเก็บคะแนนและตรวจข้อสอบ โดยต้องเร่งกลับก่อนเวลา 15.00 น. เนื่องจากน้ำเพิ่มสูงขึ้นและการเดินทางเข้าออกลำบาก
ครูโรงเรียนหัวเวียงกล่าวด้วยว่า ขณะนี้ต้องตัดระบบประปาของโรงเรียน ห้องน้ำบางส่วนไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ ต้องตักน้ำจากด้านล่างขึ้นไปใช้บนอาคาร พร้อมเร่งขนย้ายสิ่งของและอุปกรณ์การเรียนขึ้นที่สูง โดยยอมรับว่าก่อนหน้านี้คาดว่าน้ำจะไม่ท่วม เนื่องจากน้ำมาช้ากว่าที่คาด แต่กลับเพิ่มระดับอย่างรวดเร็วภายในเพียง 3 วัน
ด้านนางจวน อายุ 76 ปี ชาวบ้านในชุมชน กล่าวว่า บ้านอยู่ติดริมแม่น้ำและขณะนี้ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร กระแสน้ำไหลแรง การใช้ชีวิตเป็นไปด้วยความยากลำบาก ต้องพายเรือเข้าออกทุกปี แม้จะคุ้นเคยกับสถานการณ์น้ำหลาก แต่ก็ยังต้องการให้น้ำลดลง เนื่องจากขณะนี้ระดับน้ำยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยครอบครัวได้เตรียมยกของขึ้นที่สูงไว้แล้ว แต่ปีนี้ยังมาเจอกับฝนตกต่อเนื่องหลายวัน ทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น
นางสาวปทุมพร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 เปิดเผยว่า ในพื้นที่มีบ้านเรือนทั้งหมด 114 หลังคาเรือน ขณะนี้น้ำท่วมเกือบเต็มพื้นที่แล้ว มีบ้านกว่า 10 หลังที่น้ำเข้าถึงพื้นบ้าน ชาวบ้านหลายครอบครัวกำลังเร่งซื้อไม้และตะปูเพื่อเสริมพื้นบ้านหนีน้ำ โดยมองว่าสถานการณ์ปีนี้รุนแรง เพราะระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึง 10 วัน ขณะเดียวกันในชุมชนมีทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มเปราะบาง จึงต้องช่วยกันดูแลเป็นพิเศษ เบื้องต้นมีผู้ได้รับผลกระทบ 1 ราย ย้ายไปพักที่โรงเรียนแล้ว
ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 กล่าวอีกว่า ปีนี้พื้นที่ได้รับงบประมาณเสริมระดับถนน ทำให้การเดินทางเข้าออกยังทำได้ดีขึ้น หากไม่ได้รับการเสริมถนน ระดับน้ำอาจสูงกว่านี้และกระทบการสัญจรมากกว่าเดิม ขณะนี้ชาวบ้านต้องตั้งเต็นท์และจัดพื้นที่จอดรถริมถนน เนื่องจากเกรงอันตรายจากรถบรรทุกที่สัญจรผ่าน ส่วนถนนภายในชุมชนขณะนี้มีน้ำท่วมเกือบทุกจุด หากระดับน้ำเพิ่มขึ้นอีก คาดว่าไม่เกิน 3–4 วัน รถยนต์อาจไม่สามารถสัญจรเข้าออกภายในชุมชนได้
ทั้งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ยังคงติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งยกสิ่งของขึ้นที่สูงและเตรียมรับมือหากระดับน้ำเพิ่มขึ้นอีก ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์การระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาและปริมาณฝนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง


