กาญจนบุรี – สะพานเก่าท่าเสา-ลูกแก ข้ามแม่น้ำแม่กลอง ถูกน้ำท่วมเกือบมิด เหลือให้เห็นเพียงราวสะพาน หลังมวลน้ำเพิ่มสูงต่อเนื่อง เศษสวะลอยมาติดจำนวนมาก เทศบาลเร่งปิดการจราจร ห้ามประชาชนใช้สะพานเด็ดขาด ชาวบ้านระบุเป็นเหตุการณ์น้ำท่วมหนักสุดในรอบ 30 ปี นับตั้งแต่ปี 2539
วันนี้ (1 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี หลังระดับน้ำในแม่น้ำแม่กลองเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสำนักงานชลประทานที่ 13 ศูนย์อำนวยการบริหารจัดการน้ำส่วนหน้า เขื่อนแม่กลอง รายงานสถานการณ์น้ำประจำวัน เวลา 06.00 น. มีการระบายน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 2,227 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง พื้นที่ลุ่มต่ำ และบริเวณริมตลิ่ง ให้เร่งยกสิ่งของขึ้นที่สูงเพื่อความปลอดภัย
ขณะเดียวกัน กฟผ.เขื่อนวชิราลงกรณ รายงานสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำ เวลา 00.00 น. พบว่าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำอยู่ที่ 8,736.82 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 98.61% ของความจุอ่าง สามารถรองรับน้ำได้อีก 123.18 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 1.39%
มีน้ำไหลเข้าอ่างวันละ 99.20 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่ระบายน้ำวันละ 40.44 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 468.06 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยขณะนี้ไม่มีการระบายน้ำผ่าน Spillway และอาคารประกอบของเขื่อนอยู่ในสภาพปกติ
กฟผ.แนะนำประชาชนติดตามประกาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เฝ้าระวังระดับน้ำริมตลิ่ง ยกสิ่งของขึ้นที่สูง หลีกเลี่ยงกิจกรรมบริเวณริมแม่น้ำ และขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลให้แน่ชัดก่อนแชร์ข้อมูลที่เผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์
ล่าสุด นายเฉลิมพนธ์ หงษ์ยนต์ ประธานชมรมกู้ภัยทางน้ำ ภาค 7 พร้อมทีมงาน ได้นำอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน ขึ้นบินสำรวจสภาพมวลน้ำในแม่น้ำแม่กลอง บริเวณสะพานท่าเสา ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างฝั่ง ต.ลูกแก และฝั่งเทศบาลตำบลท่าเสา อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี รวมถึงสำรวจระดับน้ำตามแนวริมตลิ่ง
จากการสำรวจพบว่า ระดับน้ำริมตลิ่งเพิ่มขึ้นประมาณ 30 เซนติเมตรในช่วงเวลาดังกล่าว และเหลืออีกประมาณ 1.5 เมตรจึงจะเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ด้านข้าง โดยมวลน้ำยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ภาพจากโดรนเผยให้เห็นสภาพ “สะพานเก่าท่าเสา-ลูกแก” ซึ่งเป็นสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลอง ถูกน้ำท่วมเกือบ 100% โดยเฉพาะบริเวณช่วงกลางแม่น้ำ แทบมองไม่เห็นตัวสะพาน เหลือเพียงราวสะพานบางส่วนที่โผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมาเท่านั้น
นอกจากนี้ ยังพบเศษสวะและวัสดุนานาชนิดจำนวนมากลอยมากับกระแสน้ำและติดอยู่บริเวณตัวสะพาน สร้างความเสี่ยงต่อความปลอดภัยและโครงสร้างของสะพาน
เทศบาลตำบลท่าเสาได้เร่งนำแผงเหล็กมากั้นบริเวณเชิงสะพานทั้งสองฝั่ง เพื่อปิดการจราจรและห้ามประชาชนใช้สะพานดังกล่าวโดยเด็ดขาด ป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากกระแสน้ำและสภาพสะพานที่ถูกน้ำท่วมเกือบทั้งหมด
สำหรับสะพานแห่งนี้ไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดว่าก่อสร้างขึ้นในปี พ.ศ.ใด ทราบเพียงว่าเป็นสะพานเก่าแก่ที่อยู่คู่กับชุมชนมาเป็นเวลานาน ชาวบ้านในพื้นที่เรียกว่า “สะพานเก่าท่าเสา-ลูกแก” และใช้เป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างชุมชนฝั่ง ต.ลูกแก กับ ต.ท่าเสา
ชาวบ้านในพื้นที่ระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นสถานการณ์น้ำท่วมสะพานที่หนักที่สุดในรอบประมาณ 30 ปี โดยครั้งล่าสุดที่สะพานเคยถูกน้ำท่วมในลักษณะใกล้เคียงกันเกิดขึ้นประมาณปี 2539
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์น้ำในแม่น้ำแม่กลองยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากระดับน้ำยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างติดตามสถานการณ์และเตรียมพร้อมรับมือผลกระทบในพื้นที่ริมแม่น้ำแม่กลอง
ทั้งนี้ กฟผ.เขื่อนวชิราลงกรณจะมีการเผยแพร่แถลงการณ์สถานการณ์น้ำอย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดยประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กฟผ.เขื่อนวชิราลงกรณ โทร. 0 3459 8031 หรือ 0 3459 9077 ต่อ 3110, 3111 และติดตามข้อมูลผ่าน Application EGAT One ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


