ชัยนาท – สู้ไม่ไหว! ชาวบ้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาถอดใจหยุดทำคันกระสอบทรายกั้นน้ำ หลังระดับน้ำเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว กั้นไม่ทัน ขณะที่บางจุดน้ำล้นแนวกระสอบทรายไหลเข้าท่วมชุมชนแล้ว เร่งขนทรัพย์สินขึ้นที่สูง หากเขื่อนเพิ่มการระบายแตะ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คาดกระทบ 7 หมู่บ้านกว่า 1,700 หลังคาเรือน
วันนี้ (1 ต.ค. ) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่ ต.หาดอาษา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท หลังระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการปรับเพิ่มการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา ส่งผลให้ชาวบ้านต้องยุติการทำแนวคันกระสอบทรายกั้นน้ำตลอดแนวแม่น้ำเจ้าพระยาระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร เนื่องจากระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนไม่สามารถกั้นน้ำได้ทัน
ก่อนหน้านี้เขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำเป็น 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ก่อนเพิ่มเป็น 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีเมื่อคืนที่ผ่านมา และมีแผนพิจารณาเพิ่มการระบายขึ้นไปถึง 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่ท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
นางชัณณ์ญาช์ สุภาวิตา นายกเทศมนตรีตำบลหาดอาษา เปิดเผยว่า ขณะนี้เทศบาลได้หยุดการทำแนวคันกระสอบทรายกั้นน้ำแล้ว เนื่องจากปริมาณน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยาระบายลงมามีจำนวนมากและเพิ่มขึ้นรวดเร็ว จนไม่สามารถกั้นน้ำได้ทัน
ปีนี้สถานการณ์น้ำมาเร็วมาก โดยเพียง 7 วัน ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นกว่า 2 เมตร ยอมรับว่าสถานการณ์ขณะนี้สู้ไม่ไหว เนื่องจากพื้นที่ที่จะทำแนวป้องกันน้ำครอบคลุม 7 หมู่บ้าน ตลอดแนวแม่น้ำประมาณ 7 กิโลเมตร อีกทั้งไม่สามารถนำเครื่องจักรเข้าไปดำเนินการได้ ต้องใช้แรงงานคนแบกกระสอบทรายเข้าไปเรียงเป็นแนว จึงจำเป็นต้องยุติการทำคันกั้นน้ำ และเตรียมรับมือด้วยการแจ้งเตือนประชาชนให้เร่งขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูงแทน
สำหรับจุดที่มีพื้นที่ต่ำที่สุดอยู่บริเวณหมู่ 3 บ้านบางตาเณร เจ้าหน้าที่และชาวบ้านได้เรียงกระสอบทรายเป็นแนว 3 แถว สูงประมาณ 1 เมตร แต่ขณะนี้มีน้ำไหลข้ามแนวกระสอบทรายแล้ว จึงต้องแจ้งเตือนประชาชนให้เร่งเก็บข้าวของและทรัพย์สินไว้บนที่สูง
นางชัณณ์ญาช์กล่าวว่า หากเขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำขึ้นไปถึง 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คาดว่าจะส่งผลให้น้ำเข้าท่วมพื้นที่ทั้ง 7 หมู่บ้านของ ต.หาดอาษา โดยมีบ้านเรือนประชาชนกว่า 1,700 หลังคาเรือนที่อาจได้รับผลกระทบ
หลังได้รับการแจ้งเตือนจากเทศบาล ชาวบ้านต่างเร่งขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง ทั้งรถยนต์ รถการเกษตร ต้นไม้ รวมถึงสัตว์เลี้ยง ออกไปไว้บริเวณริมถนนคันคลองมหาราช หลายครอบครัวนำเต็นท์และวัสดุไปกางเป็นที่พักชั่วคราวริมถนน ขณะที่บางรายเตรียมย้ายไปพักอาศัยกับญาติในต่างจังหวัด เพื่อความปลอดภัยและลดความเสียหายจากน้ำท่วม
นายบุญช่วย ทรัพย์มาก อายุ 78 ปี ชาวบ้านหมู่ 3 ต.หาดอาษา เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เช่าโกดังสำหรับเก็บสิ่งของ และทยอยขนข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านไปเก็บไว้แล้ว ส่วนต้นไม้และไม้ดอกไม้ประดับที่ปลูกไว้ในกระถางจะนำไปไว้บริเวณริมถนนคลองมหาราช
จากนั้นตั้งใจจะย้ายไปพักอาศัยกับลูกที่ จ.กำแพงเพชร เพราะแม้บ้านจะเป็นบ้าน 2 ชั้น แต่หากน้ำท่วมก็ใช้ชีวิตลำบาก และยังไม่รู้ว่าสถานการณ์น้ำจะยืดเยื้อนานเพียงใด จึงต้องเตรียมตัวไว้ก่อน
ขณะที่สถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยา ล่าสุดวันนี้ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านสถานี C2 จ.นครสวรรค์ อยู่ที่ 2,610 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 284 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ส่วนเขื่อนเจ้าพระยาได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำจาก 2,200 เป็น 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนบริเวณ อ.เมืองชัยนาท เพิ่มขึ้นจากเดิม 10 เซนติเมตร อยู่ที่ระดับ 17.79 เมตร (รทก.) ขณะที่ระดับน้ำท้ายเขื่อนบริเวณ อ.สรรพยา เพิ่มขึ้น 24 เซนติเมตร อยู่ที่ระดับ 15.46 เมตร (รทก.)
สถานการณ์ยังต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหากมีการปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งอาจส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นและขยายวงกว้างเข้าสู่พื้นที่ชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา


