กาญจนบุรี - ผู้ว่าฯ กาญจนบุรี ลงพื้นที่เขื่อนวชิราลงกรณ์ ติดตามสถานการณ์น้ำหลากและการบริหารจัดการน้ำ พร้อมกำชับทุกหน่วยงานเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่อีกด้านระดมกำลังเร่งเก็บกู้แพและกระชังปลาที่ลอยชนประตูระบายน้ำเขื่อนแม่กลอง โดยเจ้าของนำเรือ 2 ลำลากแพ 2 ชั้นออกไปแล้ว เหลือแพชั้นเดียว 3 หลัง และกระชังปลาอีก 250 กระชัง
วันนี้ (30 ก.ย. 2569) เวลา 15.30 น. ที่อาคารโรงไฟฟ้า ชั้น 5 เขื่อนวชิราลงกรณ์ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ภาวะฉุกเฉินกรณีน้ำหลาก พร้อมรับฟังรายงานสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนวชิราลงกรณ์ โดยมีนายชวลิต กันคำ ผู้ช่วยผู้ว่าการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน (ชฟม.) และนายสกล อักษรธนาวัฒน์ ผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ์ เป็นผู้รายงานข้อมูล พร้อมด้วยนายอนุสรณ์ สง่าแสง นายอำเภอทองผาภูมิ หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
การประชุมมีการรายงานข้อมูลปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ การบริหารจัดการและการระบายน้ำ รวมถึงการติดตามสถานการณ์ฝนในพื้นที่ เพื่อประเมินแนวโน้มสถานการณ์และเตรียมความพร้อมรับมือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนและพื้นที่ท้ายน้ำ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย
ภายหลังรับฟังรายงาน ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีพร้อมคณะได้ลงพื้นที่ตรวจสอบระดับน้ำและสภาพความมั่นคงปลอดภัยของเขื่อนวชิราลงกรณ์ เพื่อติดตามสภาพอ่างเก็บน้ำและการดำเนินงานด้านความปลอดภัยของเขื่อน
ขณะเดียวกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบหมายให้นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วยนางสาวชลธิชา วงษ์อุตสาห์ นายอำเภอท่าม่วง เจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขากาญจนบุรี ผู้อำนวยการเขื่อนแม่กลอง ตำรวจ ทหารจากกองพลทหารราบที่ 9 สำนักชลประทานที่ 13 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และเร่งเก็บกู้แพและกระชังปลาที่ลอยมาชนประตูระบายน้ำเขื่อนแม่กลองในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา
ล่าสุด บริเวณจุดเกิดเหตุยังมีแพและกระชังปลาติดอยู่ โดยเจ้าของแพได้นำเรือและอุปกรณ์ลากจูงเข้าดำเนินการ พร้อมมีเจ้าหน้าที่ขุนรัตนาวุธเข้าช่วยเหลือ โดยเจ้าของสามารถใช้เรือ 2 ลำลากแพ 2 ชั้นออกจากบริเวณประตูระบายน้ำได้แล้ว เหลือแพชั้นเดียวอีก 3 หลัง และกระชังปลาอีกประมาณ 250 กระชัง ซึ่งเจ้าของแพจะเร่งดำเนินการเก็บกู้กลับออกจากพื้นที่โดยเร็ว
เพื่อบรรเทาความแรงของกระแสน้ำบริเวณจุดเกิดเหตุ มีการปิดประตูระบายน้ำ 4 บาน หมายเลข 5–8 และลดระดับการเปิดประตูระบายน้ำอีก 4 บาน หมายเลข 1–4 ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงระดมกำลังและอุปกรณ์สนับสนุนการเก็บกู้ พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่


