กาญจนบุรี – กาญจนบุรีน้ำยังน่าห่วง! เขื่อนวชิราลงกรณเริ่มระบาย 30 ล้าน ลบ.ม./วัน มวลน้ำแควน้อยเอ่อล้นท่วมหลายจุด สะพานปิดหลายแห่ง ขณะที่เขื่อนแม่กลองจ่อเพิ่มระบายแตะ 3,000 ลบ.ม./วินาที เตือนริมแม่กลอง-พื้นที่ลุ่มต่ำ ท่าม่วง-ท่ามะกา เร่งยกของหนีน้ำและเตรียมพร้อมอพยพ
สถานการณ์น้ำในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี ยังคงน่าเป็นห่วง หลัง กฟผ.เขื่อนวชิราลงกรณ อ.ทองผาภูมิ เริ่มระบายน้ำเพิ่มเป็น 30 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ตั้งแต่วันที่ 29 ก.ย.เป็นวันแรก หลังปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ปริมาณน้ำในอ่างอยู่ที่ประมาณ 96% ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำแควน้อยเพิ่มสูงขึ้น และมวลน้ำจะไหลมาบรรจบกับแม่น้ำแควใหญ่บริเวณ ต.ปากแพรก อ.เมืองกาญจนบุรี ก่อนกลายเป็นต้นน้ำแม่น้ำแม่กลอง และไหลลงสู่เขื่อนแม่กลอง อ.ท่าม่วง
ล่าสุดเขื่อนแม่กลองมีแผนระบายน้ำท้ายเขื่อนรวม 1,762 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตั้งแต่เวลา 11.00 น. และอาจเพิ่มขึ้นแตะ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รวมถึงอาจเพิ่มเป็น 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีในช่วงบ่าย จึงแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำแม่กลองและพื้นที่ลุ่มต่ำใน อ.ท่าม่วง และ อ.ท่ามะกา เฝ้าระวังระดับน้ำอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมอพยพ โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย
มวลน้ำแควน้อยเอ่อล้นท่วมหลายจุด สะพานหลายแห่งปิด
สำหรับภาพรวมพื้นที่ จ.กาญจนบุรี หลังมวลน้ำจากเขื่อนวชิราลงกรณไหลลงสู่แม่น้ำแควน้อยต่อเนื่อง พบว่าหลายจุดมีน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมถนนและบ้านเรือนประชาชน ขณะที่สะพานข้ามแม่น้ำหลายแห่งต้องปิดการสัญจรเพื่อความปลอดภัย อาทิ สะพานวังโพธิ์ อ.ไทรโยค และสะพานบ้านเก่า ต.บ้านเก่า อ.เมืองกาญจนบุรี
ที่เขตเทศบาลเมืองปากแพรก เจ้าหน้าที่เทศบาลร่วมกับกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 9 ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยเร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 1 ริมน้ำบ้านลิ้นช้าง พร้อมเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ ศาลาการเปรียญวัดเทวสังฆาราม พระอารามหลวง (วัดเหนือ) และโรงเรียนเทพมงคลรังสี สำหรับประชาชนที่จำเป็นต้องอพยพ
นอกจากนี้ยังจัดทีมร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเขาพุราง เตรียมเจ้าหน้าที่และเวชภัณฑ์ลงพื้นที่ดูแลผู้ประสบภัย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ทั้งผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียง พร้อมจัดยาสามัญ ยาป้องกันน้ำกัดเท้า ยาแก้แพ้ ยาแก้คัน พาราเซตามอล เกลือแร่ หน้ากากอนามัย และชุดทำแผล เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านสุขภาพ
เจ้าท่าเตือนน้ำเชี่ยว ริมแม่น้ำแควเร่งยกของขึ้นที่สูง
ขณะที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขากาญจนบุรี ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจตราบริเวณชุมชนท่าน้ำชุกโดนและถนนริมน้ำหน้าเมือง พบระดับน้ำในแม่น้ำยังสูงต่อเนื่อง กระแสน้ำไหลเชี่ยว และมีน้ำเอ่อล้นเข้าบ้านเรือนริมฝั่ง จึงขอให้ประชาชนริมแม่น้ำแควและพื้นที่เสี่ยงเร่งยกสิ่งของขึ้นที่สูง และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
หากเกิดเหตุฉุกเฉินทางน้ำ หรือต้องการประสานงานกู้ภัยทางน้ำ สามารถติดต่อสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขากาญจนบุรี โทร. 0-3456-4365 ตลอด 24 ชั่วโมง
ท่ามะกาน้ำสูงถึงหน้าต่าง เตือนชาวบ้านอย่าเข้าพื้นที่เพียงลำพัง
ด้านเทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่น อ.ท่ามะกา แจ้งเตือนประชาชนในหมู่บ้านทรัพย์มั่นคงและบ้านหนองรี ซึ่งอยู่ติดแม่น้ำแม่กลอง หากต้องการเข้าไปตรวจสอบบ้าน ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนทุกครั้ง เนื่องจากระดับน้ำเพิ่มสูงถึงบริเวณหน้าต่างบ้าน และบางหลังถูกน้ำท่วมประมาณครึ่งหลัง การเดินทางเข้า-ออกมีความเสี่ยง จึงไม่ควรเข้าไปในพื้นที่เพียงลำพัง
ทองผาภูมิฝนหนัก น้ำป่าหลาก-ไฟฟ้าและสัญญาณสื่อสารขัดข้อง
ส่วนพื้นที่ ต.ห้วยเขย่ง อ.ทองผาภูมิ หลังเกิดฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลาก ประกอบกับต้นไม้หักล้มกีดขวางเส้นทางตั้งแต่บ้านท่าแพถึงบ้านวังปะโท่ ส่งผลให้เกิดไฟฟ้าดับ รวมถึงสัญญาณโทรศัพท์และระบบสื่อสารขัดข้องในหลายพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 27-28 ก.ย.
ขณะนี้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าอยู่ระหว่างเร่งซ่อมแซม ขณะที่ อบต.ห้วยเขย่งจัดชุดเคลื่อนที่เร็วปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเตรียมถุงยังชีพแจกจ่ายประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากทาง อบต.อย่างใกล้ชิด
สังขละบุรีอพยพแล้วกว่า 800 คน เปิดศูนย์พักพิง-โรงครัวชุมชน
ด้าน อ.สังขละบุรี นายอำเภอสังขละบุรี พร้อมเทศบาลตำบลวังกะ ฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชน จิตอาสา และทหารจากกองพลทหารราบที่ 9 ระดมกำลังชุดเคลื่อนที่เร็วและยุทโธปกรณ์เข้าช่วยเหลือประชาชนริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ โดยเฉพาะพื้นที่บ้านหลังเขา หมู่ 1 และบ้านวังกะ หมู่ 2 ต.หนองลู ซึ่งได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น
ข้อมูลผู้ประสบภัยที่ลงทะเบียน ณ เวลา 12.15 น. วันที่ 29 ก.ย. 2569 พบว่า ชุมชนบ้านหลังเขามี 30 หลังคาเรือน 103 คน ส่วนใหญ่ย้ายไปพักบ้านญาติ ขณะที่ชุมชนบ้านวังกะมี 161 หลังคาเรือน 707 คน โดยมีการจัดพื้นที่พักพิงชั่วคราวที่หอประชุมหมู่บ้าน ปัจจุบันมีผู้ประสบภัยเข้าพักประมาณ 15 ครอบครัว พร้อมเปิดโรงครัวชุมชนประกอบอาหารและแจกจ่ายน้ำดื่ม
ภาพรวมสถานการณ์ อ.สังขละบุรี เริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น เจ้าหน้าที่เร่งซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภคที่ได้รับความเสียหาย หลังเกิดลมกระโชกรุนแรงจนต้นไม้หักโค่นทับสายไฟหลายจุด ทำให้ไฟฟ้า โทรศัพท์ และอินเทอร์เน็ตขัดข้องเป็นวงกว้าง ล่าสุดสัญญาณบางพื้นที่เริ่มกลับมาใช้งานได้แล้ว
ศรีสวัสดิ์ส่งทหารช่วยอพยพชาวบ้านพื้นที่เสี่ยง
ส่วนพื้นที่ หมู่ 1 บ้านตีนตก ต.เขาโจด อ.ศรีสวัสดิ์ กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 9 จัดกำลังพลจิตอาสาเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยเร่งเคลื่อนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง พร้อมอพยพประชาชนออกจากพื้นที่อันตรายไปยังพื้นที่ปลอดภัย
ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำในหลายพื้นที่ของ จ.กาญจนบุรี ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำแควน้อย แม่น้ำแควใหญ่ และแม่น้ำแม่กลอง รวมถึงพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำของเขื่อนวชิราลงกรณและเขื่อนแม่กลองที่เพิ่มขึ้นในระยะนี้
ประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือสามารถประสาน สายด่วน ปภ. 1784 หรือหน่วยงานปกครองและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ได้ตลอดเวลา


