ระยอง – สถานการณ์น้ำใน จ.ระยอง ยังคงน่าเป็นห่วง หลายพื้นที่ระดับน้ำเพิ่มสูงต่อเนื่อง แม้บางจุดฝนหยุดตกแล้ว โดยเฉพาะ อ.แกลง เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแกลงเร่งอพยพผู้ป่วยที่อาการไม่หนักออกจากพื้นที่ หลังระดับน้ำภายในโรงพยาบาลมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่พื้นที่ ต.เชิงเนิน อ.เมืองระยอง น้ำยังเพิ่มสูงจากมวลน้ำสะสมไหลลงพื้นที่ลุ่มต่ำ ด้านอ่างเก็บน้ำดอกกรายมีน้ำเกินความจุถึง 121% เร่งระบายน้ำลงลำน้ำเดิม พร้อมเตือนประชาชนในพื้นที่ปลวกแดงและบ้านค่ายเฝ้าระวังใกล้ชิด
วันนี้ (29 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.ระยอง โดยหลายพื้นที่ยังคงอยู่ในภาวะวิกฤต โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอแกลง ซึ่งระดับน้ำยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแกลง ได้เร่งเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่มีอาการไม่หนักออกจากพื้นที่โรงพยาบาล เพื่อป้องกันผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น โดยนำผู้ป่วยไปพักรักษาในสถานที่ที่เทศบาลตำบลเมืองแกลงจัดเตรียมไว้ ได้แก่โรงเจ สมาคมพุทธศาสตร์สงเคราะห์ อ.แกลง ศาลาการเปรียญวัดพลงช้างเผือก และหอประชุมโรงเรียนแกลงวิทยสถาวร ซึ่งสามารถรองรับผู้ป่วยและผู้ประสบภัยได้รวมกว่า1,000 คน
ทั้งนี้ ระดับน้ำที่ท่วมภายในโรงพยาบาลแกลงเพิ่มสูงขึ้นประมาณ1.20 เมตร เจ้าหน้าที่จึงต้องเร่งเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและจัดเตรียมพื้นที่รองรับ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อการรักษาพยาบาล
ขณะที่สถานการณ์ในพื้นที่ต.เชิงเนิน อ.เมืองระยอง ยังคงวิกฤต แม้ฝนจะหยุดตกและมีแดดออกตลอดทั้งวัน แต่ระดับน้ำในพื้นที่กลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะถนนสายบ้านแลง-ชากใหญ่ ระยะทางกว่า 5 กิโลเมตร
เบื้องต้นคาดว่า สาเหตุเกิดจากมวลน้ำสะสมที่ไหลลงมาจากพื้นที่ด้านบนเข้าสู่พื้นที่ลุ่มต่ำ ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนหลายหลังถูกน้ำท่วมสูงกว่า1 เมตร เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ระดมรถยกสูงและเรือเข้าให้ความช่วยเหลือ พร้อมอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง รวมถึงนำข้าวกล่องและน้ำดื่มเข้าไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัย
ด้านสำนักงานชลประทานจังหวัดระยอง แจ้งสถานการณ์อ่างเก็บน้ำดอกกรายว่า ล่าสุดมีปริมาณน้ำประมาณ83.89 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 121% ของความจุที่ระดับเก็บกักเพิ่มเติม ส่งผลให้มีการระบายน้ำลงสู่ลำน้ำเดิมรวม56.38 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
จากสถานการณ์ดังกล่าว ขอให้ประชาชนในพื้นที่อ.ปลวกแดง และ อ.บ้านค่าย ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมรับมือระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น และเฝ้าระวังผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำและริมลำน้ำ


