ศูนย์ข่าวขอนแก่น - เครือข่ายคนจนเมืองขอนแก่นกว่า 50 ชีวิต เดินขบวนบุกศาลากลาง ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ ทวงความคืบหน้าแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยริมทางรถไฟ หลังถูกไล่ที่ซ้ำจากโครงการรถไฟทางคู่ แฉผ่านไปเป็นปีคณะทำงานจังหวัดไร้ความก้าวหน้า ไร้ข้อสรุปเป็นลายลักษณ์อักษร นัดดีเดย์ 5 ต.ค. “วันอยู่อาศัยโลก” รวมพลใหญ่ไม่ต่ำกว่า 500 คน ยื่น 6 ข้อเรียกร้องถึงนายกฯ พร้อมเปิดหน้าชนคัดค้านริดรอนสิทธิบัตรทอง 30 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (29 ก.ย. 69) ที่บริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น นายบุญส่ง หมอยา ประธานเครือข่ายฟื้นฟูประชาสร้างสรรค์ขอนแก่น และแกนนำเครือข่ายสลัม 4 ภาค พร้อมด้วยตัวแทนภาคประชาชนในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ประมาณ 50 คน ได้ร่วมกันเดินขบวนเดินทางมายังศาลากลางจังหวัดขอนแก่น เพื่อขอเข้าพบ นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เพื่อยื่นหนังสือและข้อเรียกร้องในการแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะกลุ่มชุมชนริมทางรถไฟ
การเดินทางมายื่นหนังสือครั้งนี้ มีนายสวาท เบี้ยวโกฎิ ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เป็นตัวแทนออกมารับมอบหนังสือและร่วมรับฟังข้อเรียกร้องต่างๆ จากกลุ่มผู้ชุมนุม เพื่อนำเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป
นายบุญส่ง หมอยา แกนนำและประธานเครือข่ายสลัม 4 ภาค เปิดเผยว่า ในวันที่ 5 ตุลาคมนี้ ซึ่งตรงกับ “วันอยู่อาศัยโลก” เครือข่ายภาคประชาชนและกลุ่มองค์กรชาวชุมชนในจังหวัดขอนแก่น รวม 12 องค์กร ที่ได้รับความเดือดร้อนเรื่องความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัย ไม่น้อยกว่า 500 คน จะร่วมกันจัดขบวนรณรงค์และเดินขบวนมายังศาลากลางจังหวัดขอนแก่นอีกครั้ง เพื่อทวงถามความชัดเจนและแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน
ที่ผ่านมาพวกตนต่อสู้มาตลอดทั้งในระดับนโยบายและระดับท้องถิ่น แต่ปัญหาไม่เคยยุติ โดยเฉพาะชุมชนริมทางรถไฟ ซึ่งเดิมทีเคยได้รับการแก้ปัญหาด้วยการเช่าที่ดินทำกินและเตรียมพัฒนาพื้นที่ตามแผนงานแล้ว แต่กลับต้องมาถูกเวนคืนและบังคับย้ายอีกครั้ง จากการเข้ามาก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่
นายบุญส่ง กล่าวอีกว่า เมื่อปี 2568 ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นในขณะนั้น ได้เคยมีคำสั่งจังหวัดขอนแก่น ที่ 6188/2568 แต่งตั้ง "คณะทำงานติดตามการดำเนินการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของชุมชนริมทางรถไฟ" จำนวน 4 คณะ เพื่อติดตามเรื่องการขอขยายเขตไฟฟ้า-ประปา-ทะเบียนบ้าน, การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคหลังได้สัญญาเช่า, การขอใช้ที่ราชพัสดุเป็นจุดพักฉุกเฉินรองรับคนไร้บ้าน และการทบทวนจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งคาดว่ามีการประชุมหารือกันไปแล้วตลอดปีที่ผ่านมา
แต่จนถึงขณะนี้ภาคประชาชนกลับยังไม่เคยได้รับเอกสาร ข้อสรุป หรือความก้าวหน้าที่เป็นลายลักษณ์อักษรเลยแม้แต่ชิ้นเดียว
ด้วยเหตุนี้ เครือข่ายฯ จึงขอนัดหมายผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เพื่อร่วมประชุมติดตามผลการดำเนินงานในวันที่ 5 ต.ค.นี้ พร้อมทั้งส่งผ่าน 6 ข้อเรียกร้องไปยังรัฐบาล ดังนี้
1. สิทธิที่อยู่อาศัยคือสิทธิขั้นพื้นฐาน: ต้องได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน
2. คัดค้านร่าง พ.ร.บ. TOD ของ สนข.: ต้องไม่เปิดช่องให้มีการแย่งยึดที่ดินและที่อยู่อาศัยของชุมชน
3. ขยายเวลาแก้ปัญหาที่ดินรถไฟ: ครอบคลุม 300 ชุมชน รวม 27,084 ครัวเรือนทั่วประเทศ
4. จัดตั้งสหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคง: บรรจุเป็นสหกรณ์ประเภทที่ 8 ใน พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ. 2542
5. สนับสนุนโครงการห้องเช่าราคาถูก: ผลักดันให้เป็นนโยบายหลักของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
6. ปกป้องระบบสุขภาพถ้วนหน้า: คัดค้านการแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545
นอกจากนี้ ประธานเครือข่ายสลัม 4 ภาค ยังได้กล่าวถึงกระแสข่าวเรื่องการปรับเปลี่ยนระบบบัตรทอง 30 บาทรักษาทุกโรคว่า หากรัฐบาลจะปรับเปลี่ยนให้ประชาชนต้องร่วมจ่าย ตนขอตั้งคำถามว่าภาษี VAT 7% ที่คนไทยทุกคนจ่ายไปทุกวัน เหตุใดรัฐบาลจึงบริหารจัดการไม่ได้ สิทธิการรักษาพยาบาลฟรีเป็นสวัสดิการพื้นฐานที่ประชาชนควรได้รับต่อไป ซึ่งหากรัฐบาลจำเป็นต้องปรับขึ้นภาษี VAT จาก 7% เป็น 8% เพื่อแลกกับการคงไว้ซึ่งสิทธิการรักษาพยาบาลบัตรทอง 30 บาทอย่างทั่วถึงและครอบคลุม ตนก็เห็นด้วย แต่จะคัดค้านอย่างถึงที่สุดหากมีการริดรอนสิทธิการรักษาพยาบาลของประชาชน


