สมุทรสงคราม – สถานการณ์น้ำในแม่น้ำแม่กลองเริ่มน่าเป็นห่วง หลังเขื่อนแม่กลองเพิ่มการระบายน้ำเป็น 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลระดับน้ำเพิ่มสูงและเริ่มเอ่อล้นตลิ่ง ขณะที่จังหวัดสมุทรสงครามแจ้งเตือนภัยขั้นรุนแรงผ่านโทรศัพท์มือถือ เตือนประชาชนริมแม่น้ำ คลองสาขา และพื้นที่ลุ่มต่ำ เตรียมพร้อมอพยพ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง พร้อมจับตาอย่างใกล้ชิด หากเพิ่มการระบายเป็น 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อาจกระทบพื้นที่เป็นวงกว้าง
วันนี้ (29 ก.ย. ) เวลา 13.43 น. ประชาชนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามได้รับข้อความแจ้งเตือนภัยขั้นรุนแรงผ่านโทรศัพท์มือถือจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ระบุว่า “เตือนแม่น้ำแม่กลองล้นตลิ่ง” หลังเขื่อนแม่กลองเพิ่มการระบายน้ำเป็น 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตั้งแต่เวลา 13.00 น. และมีแนวโน้มอาจเพิ่มการระบายน้ำเป็น 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
จังหวัดสมุทรสงครามจึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง ริมคลองสาขา และพื้นที่ลุ่มต่ำ ในพื้นที่อำเภอเมืองสมุทรสงคราม อำเภออัมพวา และอำเภอบางคนที เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์และเตรียมอพยพออกจากบ้านเรือนหากจำเป็น
โดยขอให้เร่งช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบาง ทั้งเด็ก ผู้ป่วย และผู้สูงอายุ ไปยังพื้นที่ปลอดภัย พร้อมเคลื่อนย้ายรถยนต์และทรัพย์สินขึ้นไว้ในที่สูง ยกสิ่งของออกจากพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม รวมถึงตัดกระแสไฟฟ้าในจุดที่อยู่ต่ำ เพื่อป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้า
หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือผู้นำชุมชนในพื้นที่ เพื่อประสานการช่วยเหลือได้ทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ระดับน้ำในแม่น้ำแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังสำนักงานชลประทานที่ 13 จังหวัดกาญจนบุรี เพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนแม่กลองเป็น 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้น้ำเริ่มเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่เรือกสวนไร่นาในบางจุด โดยเฉพาะพื้นที่สวนส้มโอ ลิ้นจี่ และมะพร้าว ซึ่งอยู่ในพื้นที่ริมแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำ
สถานการณ์ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกรณีที่มีการเพิ่มการระบายน้ำขึ้นไปถึง 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งอาจทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำแม่กลองและคลองสาขาเพิ่มสูงขึ้น และส่งผลกระทบต่อพื้นที่ริมแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำเป็นวงกว้าง
จังหวัดสมุทรสงครามจึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามประกาศและคำแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมขนย้ายสิ่งของและยานพาหนะขึ้นสู่พื้นที่สูง และเตรียมพร้อมอพยพทันทีหากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น


