กาญจนบุรี – กาญจนบุรีเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด หลังเขื่อนวชิราลงกรณ อ.ทองผาภูมิ มีปริมาณน้ำในอ่างประมาณ 95% ของความจุ ขณะที่ฝนตกหนักต่อเนื่องส่งผลให้น้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมเส้นทางหลายจุด โดยบริเวณวงเวียนทองผาภูมิเริ่มคลี่คลาย เปิดการจราจรได้ 1 ช่องทาง ส่วนทางหลวงหมายเลข 323 ช่วงไทรโยคยังพบกระแสน้ำไหลข้ามผิวจราจรค่อนข้างเชี่ยว ขณะที่ อ.สังขละบุรี ระดับน้ำในแม่น้ำซองกาเลียเพิ่มสูง เหลือประมาณ 1 เมตรจะเอ่อท่วมสะพานมอญ
รายงานสถานการณ์น้ำวันที่ 28 ก.ย. 2569 ระบุว่า เขื่อนวชิราลงกรณมีความจุ 8,860 ล้านลูกบาศก์เมตร มีน้ำไหลเข้าอ่าง 188.56 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นปริมาณน้ำในอ่างประมาณ 95% และยังสามารถรองรับน้ำได้อีก 426.02 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยประชาชนสามารถติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำผ่านระบบ CCTV และข้อมูลของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้อย่างต่อเนื่อง
ขณะที่บริเวณวงเวียนทองผาภูมิ อ.ทองผาภูมิ ซึ่งเกิดน้ำป่าไหลหลากเมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. วันที่ 27 ก.ย. ล่าสุดเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 28 ก.ย. สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย รถยนต์สามารถสัญจรผ่านได้แล้ว 1 ช่องทาง หลังเจ้าหน้าที่นำรถแบ็กโฮเข้าขุดเปิดทางน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากผิวจราจร พร้อมวางกระสอบทรายขนาดใหญ่ (Big Bag) เป็นแนวกั้นป้องกันมวลน้ำไหลเข้าสมทบเพิ่มเติม
ส่วนอีก 1 ช่องทางยังปิดไว้เพื่อใช้เป็นพื้นที่ปฏิบัติงานของเครื่องจักรและเจ้าหน้าที่ จึงขอให้ผู้ใช้เส้นทางบริเวณดังกล่าวชะลอความเร็ว เพิ่มความระมัดระวัง และปฏิบัติตามสัญญาณจราจรและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เนื่องจากยังต้องติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด
ภารกิจช่วยเหลือและเฝ้าระวังในพื้นที่มีทั้งฝ่ายปกครองอำเภอทองผาภูมิ เทศบาลตำบลท่าขนุน เทศบาลตำบลทองผาภูมิ ตำรวจ สภ.ทองผาภูมิ หน่วยอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยแห่งประเทศไทย ธน 34-00 (ฐานบุญวิภา) ทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ กรมทางหลวง และมูลนิธิกู้ภัยกาญจนบุรี เขตทองผาภูมิ โดยยังจัดกำลังสแตนด์บายเพื่อพร้อมช่วยเหลือประชาชนหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
ขณะเดียวกัน บนทางหลวงหมายเลข 323 ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 149–150 บ้านทุ่งก้างย่าง ต.ไทรโยค อ.ไทรโยค พบมวลน้ำป่าไหลข้ามผิวจราจรค่อนข้างเชี่ยว รถยนต์ขนาดใหญ่ยังสามารถผ่านได้ แต่รถยนต์ขนาดเล็กและรถจักรยานยนต์ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากกระแสน้ำอาจกระทบต่อการทรงตัวและความปลอดภัย
ด้าน ดร.นพดล สงวนพันธ์ อดีตรองนายก อบจ.กาญจนบุรี เผยแพร่คลิปสถานการณ์บริเวณสะพานบ้านเก่า ซึ่งเป็นสะพานข้ามแม่น้ำแควน้อย พบมวลน้ำเอ่อล้นขึ้นบนผิวการจราจร พร้อมแจ้งเตือนประชาชนให้ใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง และหากไม่มีความจำเป็นควรหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว เนื่องจากระดับน้ำยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
ส่วนที่ อ.สังขละบุรี ฝนตกหนักสะสมต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำซองกาเลียเพิ่มสูงและไหลเชี่ยว โดยเหลือระดับประมาณ 1 เมตรจะเอ่อเข้าท่วมสะพานไม้อุตตมานุสรณ์ หรือสะพานมอญ ทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำและบริเวณโดยรอบสะพานกว่า 400 ครัวเรือน เร่งขนย้ายทรัพย์สินและบางส่วนอพยพไปพักกับญาติในพื้นที่ปลอดภัย เพื่อเตรียมรับมือระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น
ฝนที่ตกหนักยังส่งผลกระทบต่อทางหลวงหมายเลข 323 ช่วงทองผาภูมิ-สังขละบุรี โดยบางช่วงผิวจราจรได้รับความเสียหาย มีหลุมบ่อและต้นไม้หักโค่นกีดขวาง ส่งผลให้รถบรรทุกขนาดใหญ่ไม่สามารถเดินทางเข้าสู่พื้นที่ได้ตามปกติ ขณะที่โรงเรียนอนุบาลสังขละบุรีประกาศปิดการเรียนการสอนชั่วคราว 2 วัน เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน
ทั้งนี้ ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามข้อมูลปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ น้ำไหลเข้า และอัตราการระบายน้ำจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ริมลำน้ำ พื้นที่ลุ่มต่ำ และผู้ที่ต้องใช้เส้นทางที่มีน้ำไหลผ่าน


