ตราด – ผู้ว่าฯ ตราดลงนามประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยและเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ครอบคลุม 3 อำเภอ 17 ตำบล 138 หมู่บ้าน หลังฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่ 26 ก.ย. ขณะที่เทศบาลตำบลเขาสมิงเตือนประชาชนพื้นที่ด้านในรับมือน้ำ หลังระดับน้ำแม่น้ำเขาสมิงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หวั่นมวลน้ำจากบ่อไร่และเขื่อนคีรีธาร จ.จันทบุรี ไหลสมทบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ ( 28 ก.ย.) นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด ในฐานะผู้อำนวยการจังหวัดตราด ลงนามประกาศจังหวัดตราดและกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด ให้พื้นที่ประสบอุทกภัย น้ำท่วม และน้ำป่าไหลหลาก เป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยและเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เพื่อให้สามารถเร่งดำเนินการช่วยเหลือและเบิกจ่ายงบประมาณตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง
การประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้ามืดวันที่ 26 ก.ย. 2569 ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลาก สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและการดำรงชีวิตของประชาชนในหลายพื้นที่ โดยสถานการณ์ยังต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง
พื้นที่ที่ประกาศเป็นเขตประสบภัยครอบคลุม 3 อำเภอ ได้แก่ อ.บ่อไร่ 4 ตำบล 26 หมู่บ้าน, อ.เมืองตราด 6 ตำบล 51 หมู่บ้าน และ อ.เขาสมิง 7 ตำบล 61 หมู่บ้าน รวมทั้งสิ้น 17 ตำบล 138 หมู่บ้าน เพื่อรองรับการช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามหลักเกณฑ์และระเบียบของทางราชการ
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ในเขตเทศบาลตำบลเขาสมิงยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด หลังระดับน้ำในแม่น้ำเขาสมิงเพิ่มสูงขึ้น โดยน้ำได้เข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนริมแม่น้ำแล้วกว่า 15 หลังคาเรือน ขณะที่น้ำยังเพิ่มระดับต่อเนื่อง จนเทศบาลต้องแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ด้านในให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์
นายมนตรี บำรุง รองนายกเทศมนตรีตำบลเขาสมิง ลงพื้นที่ตรวจสอบระดับน้ำบริเวณสะพานแม่น้ำเขาสมิง เมื่อเวลา 11.00 น. พบระดับน้ำสูงประมาณ 70 เซนติเมตรจากระดับพื้นที่ หากเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 1.30 เมตร จะเข้าสู่ระดับที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ด้านในของเทศบาล ขณะที่บ้านเรือนบริเวณรอบนอกได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมแล้วหลายจุด
นายมนตรี กล่าวว่า ในช่วง 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา ระดับน้ำเพิ่มขึ้นประมาณ 25 เซนติเมตร ขณะที่ช่วง 1 ชั่วโมงก่อนการตรวจวัด ระดับน้ำเพิ่มขึ้นประมาณ 1.5 เซนติเมตร จึงยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหากมีน้ำจากพื้นที่ อ.บ่อไร่ ไหลลงมาจากอ่างเก็บน้ำคลองโสน รวมถึงมวลน้ำจากเขื่อนคีรีธาร จ.จันทบุรี เพิ่มเข้ามา อาจทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นและไหลเข้าสู่พื้นที่ด้านในได้
เทศบาลตำบลเขาสมิงได้เตรียมรับมือไว้ล่วงหน้า โดยนำกระสอบทรายทำแนวกั้นเป็นกำแพงป้องกันน้ำเพิ่มเติม พร้อมแจ้งเตือนประชาชนให้ติดตามสถานการณ์และเตรียมพร้อมเคลื่อนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงหากระดับน้ำเพิ่มขึ้น
ต่อมาเวลา 14.00 น. นายสุเมธ ตะเพียนทอง นายอำเภอบ่อไร่ พร้อมด้วยนายพิชานนท์ อิงประสาร ส.ส.ตราด ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพจำนวน 200 ถุงให้ประชาชนในพื้นที่บ้านคลองแอ่ง ต.บ่อพลอย และบ้านเขาปีกกา ต.หนองบอน แม้บ้านเรือนบางส่วนยังไม่ถูกน้ำท่วม แต่พื้นที่โดยรอบถูกน้ำล้อมจนประชาชนไม่สามารถออกมาจัดหาอาหารและสิ่งของจำเป็นได้ ขณะที่ฝนยังตกในพื้นที่
จากนั้นเวลา 16.00 น. นายพิชานนท์ ลงพื้นที่ อบต.สะตอ อ.เขาสมิง มอบสิ่งของและถุงยังชีพให้ประชาชนใน ต.สะตอ โดยเฉพาะหมู่ 3 หมู่ 4 และหมู่ 7 ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยมีนายปราโมทย์ จันทร์กระจ่าง นายก อบต.สะตอ และเจ้าหน้าที่ร่วมลงพื้นที่
นายพิชานนท์ กล่าวว่า จุดที่ได้รับผลกระทบหนักในขณะนี้คือ ต.สะตอ อ.เขาสมิง โดยมีบ้านเรือนถูกน้ำท่วมขังกว่า 120 หลังคาเรือน และมีประชาชนประมาณ 400 หลังคาเรือนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจนการเดินทางถูกตัดขาด รวมถึงพื้นที่ ต.เทพนิมิต ต.ประณีต ต.วังตะเคียน ต.เขาสมิง และพื้นที่ อ.บ่อไร่ ใน ต.บ่อพลอย ต.ช้างทูน และ ต.หนองบอน รวมถึงบริเวณสระสีเสียดใน อ.เมืองตราด
สำหรับการช่วยเหลือเบื้องต้น นายพิชานนท์ระบุว่า ได้นำถุงยังชีพจากงบประมาณส่วนตัวลงพื้นที่แจกจ่ายประชาชน พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีการสนับสนุนชุดยาสามัญประจำบ้านประมาณ 2,000 ชุด และชุดสุขอนามัยสำหรับผู้ประสบภัย เพื่อให้การช่วยเหลือครอบคลุมทั้งอาหาร ยา และสิ่งของจำเป็น
ส่วนพื้นที่การเกษตร ได้ประสานโครงการชลประทานตราดติดตามการบริหารจัดการและการปล่อยน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมกล่าวถึงโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยสะตอว่า หากดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ จะเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ ต.สะตอ ต.เทพนิมิต และ ต.ประณีต ทั้งในช่วงน้ำหลากและฤดูแล้ง
จังหวัดตราดยังคงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำ ลำคลอง และพื้นที่ลุ่มต่ำ พร้อมเตรียมเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ผู้สูงอายุ เด็ก สัตว์เลี้ยง ยานพาหนะ และทรัพย์สินสำคัญขึ้นไว้ในพื้นที่ปลอดภัย หากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น


