xs
xsm
sm
md
lg

2 ผู้นำเอกชนมองเศรษฐกิจตราด กำลังซื้อยังเปราะบาง ลุ้นไฮซีซั่น-เกษตรดันฐานเศรษฐกิจใหม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ตราด – 2 ผู้นำภาคเอกชนจังหวัดตราดสะท้อนทิศทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวช่วงปลายปี 2569 ต่อเนื่องถึงปี 2570 ยังคงเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อและค่าครองชีพ ขณะที่ตลาดท่องเที่ยวคนไทยยังผันผวน แต่การเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นและตลาดต่างประเทศยังเป็นปัจจัยช่วยพยุง พร้อมชี้ภาคเกษตรมีโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นอีกฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจังหวัด

นางสาวพิชยา ธชัยอดิทรัพย์ นายกสมาคมโรงแรมและรีสอร์ทจังหวัดตราด เปิดเผยว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวปี 2569 ยอดจองห้องพักยังอ่อนตัวเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวไทย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการระมัดระวังการใช้จ่าย การวางแผนเดินทางสั้นลง และการตัดสินใจจองที่พักใกล้วันเดินทางมากขึ้น ทำให้แม้บางช่วงจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าพื้นที่ในระดับที่ดี แต่ไม่ได้สะท้อนเป็นอัตราการเข้าพักที่เพิ่มขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน

สำหรับเกาะช้างและเกาะกูดมีภาพรวมใกล้เคียงกัน โดยเกาะกูดยังมีฐานนักท่องเที่ยวต่างชาติค่อนข้างแข็งแรง ขณะที่เกาะช้างมีตลาดนักท่องเที่ยวหลากหลายกว่า ทั้งนี้ ช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีซึ่งเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว ตลาดยุโรปและตลาดต่างประเทศยังเป็นความหวังสำคัญ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่เดินทางระยะยาว ซึ่งอาจช่วยพยุงภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดได้

นางสาวพิชยากล่าวว่า ปัจจัยที่ต้องติดตามในปีนี้มีทั้งกำลังซื้อและภาวะเศรษฐกิจ ราคาพลังงานและต้นทุนการเดินทาง สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ รวมถึงความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว ขณะที่ตราดยังมีจุดแข็งด้านทรัพยากรธรรมชาติและการท่องเที่ยวทางทะเล จึงควรเร่งทำตลาดให้หลากหลาย และสร้างเหตุผลใหม่ ๆ ให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาและใช้เวลาพำนักในพื้นที่นานขึ้น

ส่วนทิศทางปี 2570 ภาคโรงแรมยังไม่สามารถประเมินตัวเลขการเติบโตได้ชัดเจน แต่ต้องการเห็นกำลังซื้อในประเทศฟื้นตัว ควบคู่กับการรักษาฐานตลาดต่างประเทศเดิมและขยายไปยังตลาดใหม่ รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ เช่น Wellness, Sports Tourism, Nature และ Community Tourism

นายกสมาคมโรงแรมและรีสอร์ทจังหวัดตราด ยังเสนอให้การประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวมองในภาพรวมของ “ตราดทั้งจังหวัด” เชื่อมโยงพื้นที่เมืองตราด เกาะช้าง เกาะกูด และเกาะหมาก เพื่อกระจายรายได้ เพิ่มระยะเวลาพำนัก และเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดกลุ่มตลาดและกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวมากขึ้น

ด้านนายสุทธิลักษณ์ คุ้มครองรักษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตราด มองว่า เศรษฐกิจตราดในช่วง 3 เดือนข้างหน้ามีโอกาสได้รับแรงหนุนจากการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว แต่กำลังซื้อของประชาชนยังได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันและค่าครองชีพ ส่งผลให้การใช้จ่ายส่วนใหญ่ยังมุ่งไปที่สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น

ส่วนสถานการณ์การค้าชายแดน หลังมีการปิดจุดผ่านแดนถาวรไทย-กัมพูชา นายสุทธิลักษณ์ระบุว่า ภาคธุรกิจและแรงงานในพื้นที่ โดยเฉพาะ อ.คลองใหญ่ สามารถปรับตัวกับสถานการณ์ได้มากขึ้น และผ่านช่วงผลกระทบที่หนักที่สุดมาแล้ว ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวยังสามารถเดินหน้าต่อได้ หากมีการสื่อสารข้อมูลสถานการณ์อย่างถูกต้องและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ต้องติดตามยังรวมถึงค่าเงินและกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะความผันผวนของค่าเงินและเงินดอลลาร์ ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจและระดับการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว

สำหรับทิศทางเศรษฐกิจตราดในระยะต่อไป นายสุทธิลักษณ์มองว่า ภาคเกษตรมีโอกาสเข้ามามีบทบาทเป็นฐานเศรษฐกิจสำคัญมากขึ้น จากผลผลิตทางการเกษตรที่ปลูกไว้ก่อนหน้านี้และกำลังเข้าสู่ช่วงให้ผลผลิตเต็มที่ โดยประเมินจากมุมมองภาคเอกชนว่า มูลค่าภาคเกษตรอาจขยับขึ้นถึงระดับ 5 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงการประเมินของภาคเอกชน และยังต้องพิจารณาประกอบกับข้อมูลทางสถิติอย่างเป็นทางการ

ภาพรวมจากทั้งภาคโรงแรมและภาคอุตสาหกรรมจึงสะท้อนว่า เศรษฐกิจตราดยังมีแรงกดดันจากกำลังซื้อ ค่าครองชีพ และความผันผวนของตลาดท่องเที่ยว แต่ยังมีโอกาสจากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น ตลาดนักท่องเที่ยวต่างประเทศ และศักยภาพด้านการเกษตร

ภาคเอกชนจึงเสนอให้จังหวัดเดินหน้าสร้าง “หลายฐานเศรษฐกิจ” ทั้งการท่องเที่ยวคุณภาพ เกษตรมูลค่าสูง การค้า และกิจกรรมเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง และสร้างรายได้รวมถึงการจ้างงานให้เกิดขึ้นภายในจังหวัดอย่างต่อเนื่อง