สระแก้ว – “เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ จ.สระแก้ว ติดตามสถานการณ์อุทกภัยและให้กำลังใจประชาชน พร้อมขึ้นเฮลิคอปเตอร์สำรวจปริมาณน้ำในพื้นที่ หลังยังมีฝนตกต่อเนื่อง ขณะที่เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยและผู้สูงอายุ พร้อมเตือนประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมและกระแสน้ำไหลเชี่ยว
วันนี้ (28 ก.ย.)นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ จ.สระแก้ว เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมขึ้นบินสำรวจสถานการณ์และปริมาณน้ำในพื้นที่ ท่ามกลางสถานการณ์ฝนที่ยังตกต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ มท.3 ได้กำชับให้หน่วยงานในพื้นที่และ ปภ.เตรียมกำลัง เครื่องจักร และอุปกรณ์ให้พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงตลอด 24 ชั่วโมง
สำหรับสถานการณ์ใน จ.สระแก้ว หลายพื้นที่ยังมีน้ำท่วมสูงและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีฝนตกสะสมต่อเนื่อง แม้บางช่วงปริมาณฝนอาจไม่มาก แต่เมื่อมีฝนตกต่อเนื่องยาวนาน อาจส่งผลต่อการระบายน้ำ ระดับน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำ และเส้นทางสัญจร
ในพื้นที่ ต.บ้านแก้ง อ.เมืองสระแก้ว กองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ โดยกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์ นำกำลังพลจิตอาสาลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน ทั้งการอพยพและเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ผู้สูงอายุ รวมถึงขนย้ายสิ่งของและทรัพย์สินออกจากพื้นที่เสี่ยงไปยังจุดปลอดภัย พร้อมเตรียมกำลังเข้าช่วยเหลือเพิ่มเติมหากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น
ส่วนบริเวณโค้งโนนสีเสียด ต.พระเพลิง อ.เขาฉกรรจ์ เส้นทางบึงพระราม–เขาฉกรรจ์ ยังคงมีน้ำท่วมขังและกระแสน้ำไหลเชี่ยว ส่งผลให้การสัญจรมีความเสี่ยง โดยรถที่เหมาะสมกับสภาพเส้นทางในขณะนี้เป็นรถโฟร์วีลขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือรถกระบะยกสูง แต่ยังต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก
สำหรับรถเก๋ง รถยนต์ขนาดเล็ก รถโหลดเตี้ย และรถจักรยานยนต์ทุกชนิด ขอให้งดใช้เส้นทางบริเวณดังกล่าว เนื่องจากกระแสน้ำอาจทำให้รถเสียหลัก เครื่องยนต์ดับ หรือถูกกระแสน้ำพัดจนเกิดอันตราย ขณะที่ทางหลวงหมายเลข 359 ยังสามารถสัญจรผ่านได้ รวมถึงรถขนาดเล็ก แต่ผู้ใช้เส้นทางควรลดความเร็ว เพิ่มความระมัดระวัง และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากระดับน้ำยังเปลี่ยนแปลงได้ตามปริมาณฝน
ส่วนทางหลวงหมายเลข 33 ขณะนี้ยังไม่สามารถสัญจรผ่านได้ จึงขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางและเลือกใช้เส้นทางอื่นตามที่เจ้าหน้าที่กำหนด เพื่อความปลอดภัย
ทั้งนี้ สถานการณ์อุทกภัยใน จ.สระแก้วยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมและจุดลุ่มต่ำ เนื่องจากระดับน้ำอาจเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วตามปริมาณฝนและการระบายน้ำในพื้นที่


