อุทัยธานี – แม้ท่วมทุกปี แต่ปีนี้ฝนซ้ำต่อเนื่อง “น้ำสะแกกรัง” ขึ้นสูง ไหลบรรจบแม่น้ำเจ้าพระยา จนเอ่อล้นท่วมวัด-บ้านเรือน ปชช.ที่อยู่ใกล้ฝั่งน้ำเมืองอุทัยฯ กว่าร้อยหลังคา บางจุดเป็นที่ลุ่มต่ำมาก จมมิดเป็นเมตร ยายวัยเกือบ 80 อยู่คนเดียวเฝ้าดูน้ำทั้งคืน หวั่นซ้ำรอยปี 54
วันนี้(28 ก.ย.) น้ำในแม่น้ำสะแกกรังเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับมีฝนตกติดต่อกัน ทำให้น้ำเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนและวัดที่อยู่ใกล้กับแม่น้ำสะแกกรังที่ไหลบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยา พื้นที่หมู่ 1 บ้านหนองปลามัน ตำบลท่าซุง อ.เมืองอุทัยธานี กว่า 100 หลังคาเรือน
มวลน้ำได้เอ่อเข้าท่วมเส้นทางภายในหมู่บ้านและบ้านเรือนหลายจุด ระดับน้ำสูงประมาณ 50 เซนติเมตร และบางจุดสูงถึงประมาณ 1 เมตร ชาวบ้านต้องนำเรือพายออกมาใช้สัญจรเข้า-ออกบ้านแทนการเดินเท้า
ล่าสุดผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า บริเวณวัดปากคลองท่าซุง หรือวัดสามจีน หมู่ 1 ตำบลท่าซุง น้ำจากแม่น้ำสะแกกรังได้เอ่อเข้าท่วมบริเวณวัดแล้ว พระสงฆ์ต้องคอยเฝ้าสังเกตระดับน้ำ พร้อมช่วยกันขนย้ายสิ่งของบริเวณใต้กุฏิขึ้นไว้ในที่สูง ป้องกันความเสียหายหากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีก เพราะช่วงเช้ายังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง
ถนนและเส้นทางที่อยู่ใกล้แม่น้ำถูกน้ำท่วมเป็นระยะ ระดับน้ำบางแห่งประมาณ 50 เซนติเมตร ขณะที่จุดลุ่มต่ำบางจุดมีน้ำสูงถึงประมาณ 1 เมตร บ้านเรือนหลายหลังถูกน้ำล้อม ชาวบ้านต้องนำเรือพายออกมาใช้เป็นพาหนะในการเข้า-ออกบ้าน ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงอยู่ภายในบ้านเพื่อเฝ้าระวังระดับน้ำและเตรียมขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง
นางพังงา เพชรลัดดา อายุ 79 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งกำลังนำรถจักรยานออกจากบ้านพร้อมจูงเรือพายไปด้วย เปิดเผยว่า น้ำเริ่มเข้าท่วมบริเวณบ้านมาแล้วประมาณ 3 วัน และเพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆ แม้พื้นที่แห่งนี้จะประสบปัญหาน้ำท่วมเป็นประจำทุกปีจนต้องทำใจยอมรับและปรับตัว แต่ปีนี้เริ่มรู้สึกกังวล เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมาระดับน้ำเพิ่มขึ้นประมาณ 30 เซนติเมตร และยังมีแนวโน้มสูงขึ้นอีก
ตนอาศัยอยู่บ้านเพียงลำพังและมีอายุมากแล้ว จึงต้องคอยเฝ้าดูระดับน้ำตลอดทั้งคืนจนแทบไม่ได้นอน เพราะกลัวว่าน้ำจะเพิ่มสูงอย่างรวดเร็วจนขนย้ายสิ่งของไม่ทัน แม้จะทยอยนำทรัพย์สินบางส่วนขึ้นไว้บนที่สูงแล้วก็ตาม ส่วนเรื่องอาหารและการเดินทางก็ได้รับผลกระทบ โดยต้องปั่นจักรยานไปซื้ออาหารและของใช้มาสำรองไว้ที่ตลาดฝั่งอำเภอมโนรมย์ จ.ชัยนาท เนื่องจากอยู่ใกล้กว่าตัวเมืองอุทัยธานี ก่อนกลับมาใช้เรือพายเข้าบ้าน
“เมื่อคืน เฝ้าดูระดับน้ำตลอดทั้งคืน ซึ่งน้ำเพิ่มขึ้นประมาณ 30 เซนติเมตร ทำให้กังวลว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีก เนื่องจากอยู่บ้านเพียงคนเดียว หากน้ำมาเร็วอาจขนย้ายสิ่งของไม่ทัน และเมื่อเห็นระดับน้ำยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องก็อดหวั่นไม่ได้ว่าสถานการณ์อาจรุนแรงเหมือนน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554” นางพังงา กล่าว
ส่วนบ้านของ นายพงษ์นรินทร์ อินทุ อายุ 49 ปี น้ำได้ไหลเข้าท่วมบริเวณบ้านและห้องพักชั้นล่างแล้ว เจ้าของบ้านต้องเร่งขนย้ายสิ่งของที่อาจได้รับความเสียหายขึ้นวางบนโครงนั่งร้านที่ต่อยกสูงจากพื้น และเตรียมย้ายขึ้นไปยังชั้น 2 หากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น
ซึ่งบ้านหลังนี้สร้างเตรียมรองรับสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีไว้แล้ว หากน้ำเพิ่มสูงขึ้นก็สามารถย้ายขึ้นไปพักอาศัยบนชั้น 2 ได้ แต่เมื่อคืนที่ผ่านมาน้ำเริ่มไหลเข้าท่วมพื้นที่ชั้นล่าง ขณะที่บริเวณรอบบ้านถูกน้ำล้อมไว้ทั้งหมด ทำให้การเดินทางออกไปทำงานหรือซื้ออาหารและสิ่งของจำเป็นเป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยที่ผ่านมาองค์การบริหารส่วนตำบลท่าซุงได้นำน้ำดื่มและอาหารแห้งเข้ามาช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่บางส่วนแล้ว
อย่างไรก็ตามพื้นที่ตำบลท่าซุงยังมีพื้นที่การเกษตร ทั้งสวนกล้วยหอมที่ปลูกเพื่อจำหน่ายและพื้นที่นาข้าวได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมด้วย ซึ่งจะต้องรอการสำรวจความเสียหายว่ามีพื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบจำนวนกี่ไร่ เพื่อดำเนินการช่วยเหลือและเยียวยาเกษตรกรตามขั้นตอนต่อไป ขณะที่ชาวบ้านยังคงเฝ้าติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด เนื่องจากฝนยังตกต่อเนื่องและระดับน้ำยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น


