พระนครศรีอยุธยา – สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เริ่มขยายวงกว้าง หลังเขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 1,950 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ประกอบกับมีฝนตกต่อเนื่อง ส่งผลให้พื้นที่ริมแม่น้ำและคลองหลายแห่งถูกน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนและเส้นทางสัญจร
ล่าสุดได้รับผลกระทบแล้ว 7 อำเภอ ได้แก่ อ.เสนา ผักไห่ บางบาล บางไทร พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางปะหัน รวม 95 ตำบล 479 หมู่บ้าน 20 ชุมชน 20,173 ครัวเรือน มีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ราย ในพื้นที่ อ.เสนา
วันนี้ (28 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์บริเวณรอบเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา พบว่าระดับน้ำยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังมีการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้ปริมาณน้ำบริเวณรอบเกาะเมืองเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
โดยเฉพาะ ชุมชนหัวแหลม หมู่ 4 ต.ท่าวาสุกรี อ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองเมือง พบว่าน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนหลายสิบหลังคาเรือน ถนนภายในชุมชนถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถสัญจรได้ตามปกติ
ก่อนหน้านี้เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยาได้นำสะพานไม้มาติดตั้งเพื่อให้ชาวบ้านใช้เดินเข้าออก แต่ระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้สะพานบางช่วงถูกน้ำท่วม ชาวบ้านต้องหันมาใช้เรือเป็นพาหนะหลักในการเดินทาง
นางสายฝน ชาวชุมชนหัวแหลม เปิดเผยว่า ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเพียง 5-7 วันที่ผ่านมา โดยเฉพาะบ้านที่อยู่ริมตลิ่ง น้ำขึ้นสูงหลายเมตร ส่วนบริเวณริมคลองเมืองบางจุดน้ำท่วมสูงประมาณ 1-2 เมตร ปีนี้น้ำมาเร็ว แม้ช่วงแรกจะยังไม่ท่วมมาก แต่เมื่อระดับน้ำเพิ่มขึ้นกลับขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลเข้าคลองเมือง กระแสน้ำค่อนข้างแรง
ขณะที่ นางสอดศรี อายุ 72 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ เล่าว่า เดิมตั้งใจจะไม่ออกจากบ้าน เพราะน้ำท่วมสูง แต่ยาประจำตัวหมด จึงต้องให้ครอบครัวพายเรือมาส่งเพื่อออกไปพบแพทย์ ยอมรับว่าช่วง 5-7 วันที่ผ่านมา น้ำขึ้นเร็วมาก บางจุดสูงเป็นเมตร ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันเป็นไปด้วยความยากลำบาก ทั้งการไปพบแพทย์ ซื้อของ หรือเดินทางออกจากชุมชน ต้องพึ่งเรือเพียงอย่างเดียว
ทั้งนี้ เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยาได้นำเรือมาแจกจ่ายให้ประชาชนในพื้นที่ประสบภัย เพื่อใช้เป็นพาหนะในการเดินทางเข้า-ออกชุมชน พร้อมเตรียมให้ความช่วยเหลือด้านอื่นๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนต่อไป


