อุดรธานี – “วัชระพล” แจงความคืบหน้าช่วยเหลือชาวนา เผย ครม.จ่อพิจารณางบ 1,800 ล้านบาท จ่ายเงิน “ไร่ละพัน” กลุ่มตกค้างปี 68/69 ในวันอังคารนี้ ส่วนปี 69/70 กระทรวงเกษตรฯ รวบรวมข้อมูลส่ง นบข.แล้ว รอขั้นตอนพิจารณา พร้อมประสานชลประทานเข้มบริหารจัดการน้ำ มั่นใจปีนี้ไม่กระทบถึงบ้านเรือนประชาชน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวัชระพล ขาวขำ ตัวแทนฝ่ายบริหาร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี บ้านเกิด เพื่อพบปะพี่น้องประชาชนและร่วมเปิดกิจกรรม “พลังศรัทธาพัฒนาถิ่นไทย ภาคีเครือข่ายองค์กรเกษตรกร จังหวัดอุดรธานี” ซึ่งจัดขึ้นที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุดรธานี พร้อมเปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินงานของรัฐบาลทั้งในเรื่อง มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่
นายวัชระพล กล่าวถึงความคืบหน้า โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว หรือที่เกษตรกรเรียกกันว่า “ไร่ละพัน” สำหรับเกษตรกรที่ยังตกค้างในปี 2568/2569 ว่า ในวันอังคารที่จะถึงนี้ จะมีการเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติงบประมาณ ประมาณ 1,800 ล้านบาท เพื่อนำไปจ่ายให้เกษตรกรที่ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือในส่วนดังกล่าว
ส่วนโครงการ “ไร่ละพัน” ปี 2569/2570 นายวัชระพล ระบุว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และตน ได้รวบรวมข้อมูลพื้นที่การทำนาและจำนวนเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้เรียบร้อยแล้ว ก่อนส่งข้อมูลให้คณะกรรมการนโยบายและบริหารงานข้าวและผลิตภัณฑ์ข้าว (นบข.) และรัฐบาลพิจารณา
ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีหน้าที่รวบรวมข้อมูลและผลักดันมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรอย่างเต็มที่ ขณะที่การพิจารณาอนุมัติโครงการและการจ่ายเงิน จะเข้าสู่ขั้นตอนของ นบข. ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานต่อไป
นอกจากมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร นายวัชระพล ยังกล่าวถึงการบริหารจัดการน้ำในจังหวัดอุดรธานี โดยเฉพาะพื้นที่ที่เคยประสบปัญหาน้ำท่วม เช่น ต.กุดสระ ต.หมูม่น ต.สามพร้าว ต.ตำบลเชียงยืน และต.นิคมสงเคราะห์รวมถึง อ.กุดจับ อ.เพ็ญ นับตั้งแต่เข้ามาดำรงตำแหน่ง ได้เร่งประสานงานกับกรมชลประทาน ชลประทานจังหวัด และผู้อำนวยการเขื่อนห้วยหลวง เพื่อเตรียมแผนบริหารจัดการน้ำและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
นายวัชระพล กล่าวว่า ในช่วงท้ายของฤดูฝนได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างเต็มที่ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้บริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ โดยยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำ
“ปีนี้หากเกิดน้ำท่วม ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนก็คือตนเองเช่นกัน เพราะมีบ้านพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ ต.หมูม่น จึงได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างเต็มที่ และขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่า จะบริหารจัดการน้ำอย่างเต็มกำลัง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบจนถึงบ้านเรือนของประชาชน” นายวัชระพล กล่าว


