บุรีรัมย์- สุดเวทนายายวัย 70 อ.บ้านใหม่ไชยพจน์ บุรีรัมย์ ต้องหอบหลาน 5 ขวบไปขออาศัยเพื่อนบ้านซุกหัวนอน มีเพียงเบี้ยคนชราและบัตรคนจนประทังชีวิต หลังสามีล้มป่วยเสียชีวิต ญาติสามีไล่ออกจากบ้านที่อยู่กินด้วยกันมากว่า 30 ปี ไร้บ้านไร้ญาติ วอนภาครัฐและผู้ใจบุญช่วยเหลือ ขอแค่มีที่ซุกหัวนอนในบั้นปลายและอยากให้หลานได้เรียนมีงานทำเลี้ยงตัวเองได้ หากยายหมดลมหายใจ
วันนี้ (27 ก.ย.69) ทีมข่าวได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านบ้านเขวา ต.หนองเยือง อ.บ้านใหม่ไชยพจน์ จ.บุรีรัมย์ว่ามีสองยายหลาน ไร้ที่อยู่อาศัยหลังจากสามียายเสียชีวิต แล้วญาติของสามีไล่ออกจากบ้านเนื่องจากบ้านที่เคยใช้ชีวิตอยู่กับสามีมากว่า 30 ปี ปลูกบนที่ดินของญาติ ยายจึงต้องพาหลานวัย 5 ขวบ ไปขออาศัยอยู่ในห้องครัวของเพื่อนบ้านเป็นที่ซุกหัวนอน โดยมีเพียงเบี้ยผู้สูงอายุและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐประทังชีวิต
จากนั้นทีมข่าวจึงได้เดินทางไปตรวจสอบชีวิตความเป็นอยู่ของยายหลาน ตามที่ได้รับร้องเรียน ก็ได้พบกับนางอำพร วรไธสง หรือยายแป่ง อายุ 70 ปี ซึ่งปัจจุบันป่วยเบาหวานความดัน โรคผิวหนัง และ ด.ญ.จิราภรณ์ หรือน้องแก้ว อายุ 5 ขวบผู้เป็นหลานสาว อาศัยอยู่บริเวณห้องครัวข้างบ้านของ นางระเบียบ เขินสูงเนิน อายุ 72 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้าน
โดยสาเหตุที่ยายอำพร ต้องหอบหลานสาวมาขออาศัยอยู่บ้านเพื่อนบ้าน สืบเนื่องจากนายสุรพล สามีของยายอำพร ได้เสียชีวิตลงเมื่อปี 2552 ซึ่งหลังจากสามีเสียชีวิต ยายอำพร อาศัยอยู่ในบ้านที่เคยอยู่กินกับสามีได้เพียง 2 ปี หลังจากนั้นทางญาติของสามีก็บังคับให้รื้อบ้านที่เคยใช้ชีวิตอยู่กับสามีมากว่า 30 ปีออก เนื่องจากบ้านหลังดังกล่าวปลูกบนที่ดินของญาติสามี ทำให้ยายอำพร ไม่มีทางเลือกจำใจต้องพาหลานสาวออกจากบ้าน โดยไม่มีทรัพย์สินติดตัวมีเพียงเสื้อผ้าเท่านั้น ส่วนเงินที่ใช้กินอยู่ก็มีเพียงเบี้ยผู้สูงอายุ และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเท่านั้น เพราะด้วยสังขารที่แก่ชราประกอบกับมีโรคประจำตัวจึงไม่สามารถไปทำงานได้
ยายอำพร บอกว่า แม้เพื่อนบ้านจะเมตตาและสงสารให้อาศัยอยู่ในห้องครัวเป็นที่ซุกหัวนอน แต่ก็ไม่รู้จะอยู่ได้ถึงตอนไหน จะกลับไปที่จ.นครราชสีมา บ้านเกิด พ่อแม่ญาติพี่น้องก็ตายจากไปหมดแล้ว ส่วนลูกสาวของตนเอง ซึ่งเป็นแม่ของน้องแก้ว พึ่งพาไม่ได้เพราะสติไม่สมประกอบ ทุกวันนี้เร่ร่อนทำงานไปเรื่อย แทบจะไม่ได้กลับมาเลย ที่ผ่านมาเคยขอความช่วยเหลือเรื่องที่อยู่อาศัยกับทางผู้นำชุมชน ทางผู้ใหญ่บ้านก็เคยเสนอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้รับคำตอบว่า มีเพียงงบซ่อมแซมไม่มีงบสร้างที่อยู่อาศัย จึงไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร
จึงอยากวิงวอนให้หน่วยงานภาครัฐหรือผู้ใจบุญช่วยเหลือ แค่พอมีที่ซุกหัวนอนเป็นของตัวเองในบั้นปลายชีวิต ที่สำคัญเป็นห่วงหลานสาวซึ่งยังเล็ก อยากให้มีที่อยู่ได้เรียนหนังสือ มีงานทำที่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ หากวันหนึ่งตนจากไปแล้ว
ด้านยายระเบียบ บอกว่า ส่วนตัวเห็นใจและสงสารยายแป่ง กับหลานสาว เพราะไม่มีบ้านและญาติพี่น้องที่จะให้พึ่งพาได้แล้ว จึงได้ให้มาอาศัยอยู่ที่ห้องครัวข้างบ้านไปก่อนในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ซึ่งปัจจุบันตนอาศัยอยู่กับสามี 2 คน ตนกับสามีไม่ได้ทำงานเช่นกันเพราะอายุมากแล้ว ก็ใช้เงินจากเบี้ยผู้สูงอายุและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเหมือนกัน จึงต้องกินอยู่กันตามสภาพ ซึ่งตอนนี้ยายแป่ง และหลานได้มาอาศัยอยู่ที่บ้านของตนเองได้ปีกว่าแล้ว
อย่างไรก็ตามถึงแม้ตนจะสงสารแต่ก็อยากมีความเป็นส่วนตัว การที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนอื่น ต่างฝ่ายต่างก็อึดอัดใจ หากเป็นไปได้ก็อยากวิงวอนให้หน่วยงานภาครัฐหรือผู้ใจบุญช่วยเหลือ เพื่อให้ยายแป่ง กับหลานมีที่อยู่เป็นของตัวเอง แต่หากหาที่ดินไม่ได้ ตนก็พร้อมจะให้สร้างบ้านหลังเล็กๆ หรือเป็นบ้านลักษณะบ้านน็อคดาวน์มาตั้งบนที่ดินข้างบ้านได้ เพื่อที่ต่างคนต่างจะได้ใช้ชีวิตส่วนตัวของตัวเอง
ขณะที่นายสุวิทย์ แสนทวีสุข ผู้ใหญ่บ้านบ้านบ้านเขวา ม.8 ต.หนองเยือง บอกว่า หลังรับทราบเรื่องก็พยายามหาทางช่วยเหลือ ซึ่งที่ผ่านมาได้เสนอเรื่องไปยังกิ่งกาชาดอำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ ซึ่งทางก็อนุมัติแต่งบประมาณไม่เพียงพอที่จะสร้างบ้านให้กับยายและหลาน เพราะตามระเบียบหากดำเนินการแล้วต้องส่งมอบบ้านตามกำหนดก็จะเกิดปัญหา ส่วนเรื่องที่ดินที่จะสร้างตอนแรกก็วางแผนจะทำบนที่ดินญาติสามี สุดท้ายก็ต้องยกเลิกเพราะงบไม่พอ จึงได้ปรึกษาไปยังทาง อบต.แล้วเรื่องเสนอไปยังทางจังหวัด เผื่อมีงบเพียงพอที่จะดำเนินการช่วยเหลือยายหลานให้มีที่อยู่อาศัยได้ ตอนนี้ก็ยังรอการพิจารณาก็ยังไม่รู้ว่าจะได้หรือไม่ได้
หากใครต้องการช่วยเหลือคุณยายแป๋ง และหลาน ก็สามารถติดต่อสอบถามผ่านผู้ใหญ่บ้านได้ ที่เบอร์ 0645500881


