ตราด – สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ อ.เขาสมิง จ.ตราด ยังน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะซอยยางแดง หมู่ 7 บ้านทุ่งกระบอก ต.สะตอ หลังมวลน้ำจาก อ.บ่อไร่ และน้ำจากเขื่อนคีรีธาร ไหลลงคลองสะตอ สมทบกับน้ำในพื้นที่ ส่งผลให้บ้านเรือนหลายหลังถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร บางจุดสูงถึง 1.50 เมตร จนบางหลังจมมิดหลังคา ชาวบ้านต้องอพยพไปพักที่ศาลาหมู่บ้าน พร้อมวอนหน่วยงานเร่งเข้าถึงพื้นที่และช่วยขนย้ายสิ่งของ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พื้นที่บ้านทุ่งกระบอกมีลักษณะเป็นพื้นที่รับน้ำและเป็นแอ่งกระทะ ทำให้มวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลมาสะสม ขณะที่ระดับน้ำยังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนประชาชนเป็นวงกว้าง หลายครอบครัวไม่สามารถอาศัยอยู่ในบ้านได้
นายวัชรกร ทับตุ่น อายุ 47 ปี ชาวบ้านบ้านเลขที่ 88 ซอยยางแดง หมู่ 7 ต.สะตอ เปิดเผยว่า ขณะนี้ต้องอพยพออกจากบ้านไปพักอาศัยชั่วคราวที่ศาลาหมู่บ้าน โดยช่วงแรกมีผู้ใหญ่บ้านและกำนันนำสิ่งของจำเป็น เช่น ข้าวสาร น้ำดื่ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และอาหารกระป๋อง เข้ามาแจกจ่ายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน
นายวัชรกร กล่าวว่า สิ่งที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนคือการเข้าถึงพื้นที่และสนับสนุนการขนย้ายสิ่งของ เนื่องจากชาวบ้านบางส่วนไม่สามารถกลับเข้าไปเก็บทรัพย์สินภายในบ้านได้ ขณะนี้จึงต้องเฝ้ารอให้ระดับน้ำลดลง จึงจะสามารถกลับเข้าไปสำรวจความเสียหายและฟื้นฟูบ้านเรือนได้
ด้านนายพงษ์พัฒฑ์ สินราย นายอำเภอเขาสมิง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมใน ต.สะตอ ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านมา พร้อมนำถุงยังชีพไปมอบให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และกำชับให้ประชาชนเตรียมความพร้อม หลังตรวจวัดระดับน้ำบริเวณสะพานคลองสะตอพบว่าสูงถึง 9.95 เมตร ซึ่งอยู่ในระดับที่ต้องเฝ้าระวังและมีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วม โดยได้ส่งปลัดอำเภอและเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง
ต่อมาเวลา 10.30 น. วันที่ 27 ก.ย. 2569 นายบัญชา ยารมย์ หัวหน้าหน่วยเคลื่อนที่อุทกวิทยา โครงการชลประทานภาคตะวันออก พร้อมเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ตรวจวัดระดับและความเร็วของน้ำในแม่น้ำเขาสมิง รวมถึงคลองโสนและคลองแอ่ง เพื่อนำข้อมูลจากหลายจุดตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำเขาสมิง ส่งต่อไปยังศูนย์วิเคราะห์ข้อมูลของโครงการชลประทานเขต 9 จ.ชลบุรี เพื่อประเมินความเสี่ยงและใช้ประกอบการวางแผนป้องกันผลกระทบในพื้นที่
นายชัยกร ลุนทา หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำ โครงการชลประทานตราด เปิดเผยว่า หน่วยงานราชการได้เตรียมเครื่องสูบน้ำและระบบระบายน้ำรองรับสถานการณ์ในระดับหนึ่ง แต่ยังต้องเฝ้าระวังหากมีฝนตกต่อเนื่อง เพราะปริมาณน้ำจากพื้นที่ด้านบนและพื้นที่โดยรอบอาจไหลเข้าสู่ชุมชนจำนวนมาก จนการระบายน้ำทำได้ไม่ทัน
นอกจากนี้ หากมีน้ำจากพื้นที่ภายนอกไหลเข้ามาสมทบกับน้ำที่ระบายจากพื้นที่ต่าง ๆ และเกิดขึ้นในช่วงน้ำทะเลหนุนสูง อาจทำให้น้ำไม่สามารถไหลลงทะเลได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดน้ำเอ่อท่วมในพื้นที่ลุ่มต่ำและชุมชนได้
นายชัยกร กล่าวว่า เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นบทเรียนสำคัญ จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเตรียมตัวล่วงหน้า โดยเฉพาะการเคลื่อนย้ายสิ่งของมีค่า รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ไปไว้ในพื้นที่ปลอดภัย ไม่ควรรอจนกว่าจะมีประกาศเตือนอย่างเป็นทางการ
ส่วนสถานการณ์อ่างเก็บน้ำเขาระกำตอนล่าง หรือสระสีเสียด ในพื้นที่เทศบาลเมืองตราด นายบำรุง มัดรอ กรรมการมัสยิดเลาตุ้ลนาฮิยาญ เดินทางไปติดตามสถานการณ์การระบายน้ำ หลังพบว่าระดับน้ำในอ่างเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยก่อนหน้านี้ช่วง 2–3 วันที่ผ่านมา ชลประทานตราดได้ระบายน้ำออกจากอ่างจนระดับน้ำลดลงมาก แต่ล่าสุดน้ำกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง
นายบำรุงแสดงความกังวลว่า หากมีการระบายน้ำในปริมาณมาก อาจเพิ่มผลกระทบต่อพื้นที่เมืองตราดและบริเวณชุมชนรอบมัสยิด ซึ่งเคยได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ชลประทานตราดได้บริหารทิศทางการระบายน้ำออกทาง ต.หนองเสม็ด อ.เมืองตราด เพื่อหลีกเลี่ยงการระบายน้ำเข้าสู่ ต.บางพระ ซึ่งเป็นพื้นที่เขตเมืองและมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบ
ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะปริมาณฝน น้ำจากพื้นที่ต้นน้ำ ระดับน้ำในลำน้ำและอ่างเก็บน้ำ รวมถึงระดับน้ำทะเล เพื่อประเมินแนวโน้มและปรับแผนการระบายน้ำให้เหมาะสม พร้อมเตรียมความพร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงต่อเนื่อง


