xs
xsm
sm
md
lg

เกษตรฯ ระดมกำลังรับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ “สุริยะ” สั่งชลประทานเร่งระบายน้ำลงทะเล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



อุดรธานี – เกษตรฯ ระดมกำลังรับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ “สุริยะ” สั่งชลประทานเร่งระบายน้ำลงทะเล ด้าน รมช.เกษตรฯ ส่งประมง 120 นาย พร้อมเรือกว่า 30 ลำ ลุยช่วยผู้ประสบภัย ขณะที่ ส.ป.ก. เร่งสำรวจความเสียหาย เตรียมมาตรการเยียวยา หลังนายกฯ สั่งกลางดึก รัฐมนตรีเร่งลงพื้นที่ช่วยประชาชน


วันนี้( 27 ก.ย.) นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยระหว่างเป็นประธานเปิดกิจกรรม “พลังศรัทธาพัฒนาถิ่นไทย ภาคีเครือข่ายองค์กรเกษตรกรจังหวัดอุดรธานี” ถึงสถานการณ์อุทกภัยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ระดมหน่วยงานในสังกัดเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมเร่งเข้าไปดูแลประชาชนและเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ โดยประสานการทำงานกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

นายวัชรพลกล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ยังครอบคลุมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก รวมถึงพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ จึงจำเป็นต้องเร่งบริหารจัดการน้ำและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นระบบ


ด้านนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการกรมชลประทานให้เร่งบริหารจัดการน้ำอย่างเต็มกำลัง โดยเน้นการระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำต่างๆ เพื่อเร่งผลักดันมวลน้ำลงสู่ทะเล ลดปริมาณน้ำที่ค้างอยู่ในพื้นที่และบรรเทาผลกระทบต่อบ้านเรือนประชาชน รวมถึงพื้นที่การเกษตร

ขณะที่กรมประมงได้รับคำสั่งให้เตรียมกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่ประสบอุทกภัย โดยจัดเจ้าหน้าที่กว่า 120 นาย พร้อมเรือปฏิบัติการมากกว่า 30 ลำ กระจายกำลังไปยังศูนย์ช่วยเหลือในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ เพื่อเข้าช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก. เร่งรวบรวมข้อมูลและสำรวจความเสียหายในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดินที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เพื่อใช้ประกอบการกำหนดมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาเกษตรกรต่อไป


นายวัชรพลกล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เวลาประมาณ 00.00 น. นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการด่วน กำชับรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ประสบอุทกภัย ให้เร่งลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนโดยเร็ว

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำชับหน่วยงานในสังกัดติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมบุคลากร เครื่องมือ และทรัพยากรสำหรับสนับสนุนการช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัย โดยมุ่งลดผลกระทบต่อประชาชนและความเสียหายต่อภาคการเกษตรให้ได้มากที่สุด