พระนครศรีอยุธยา – ฝนตกต่อเนื่องเข้าสู่วันที่ 3 ประกอบกับเขื่อนเจ้าพระยาปรับเพิ่มการระบายน้ำ ส่งผลสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.พระนครศรีอยุธยา ขยายวงกว้าง ล่าสุดกระทบแล้ว 6 อำเภอ 85 ตำบล 414 หมู่บ้าน 20 ชุมชน รวม 13,971 ครัวเรือน ขณะที่ชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาน้ำล้นตลิ่งสูงกว่า 1 เมตร ถนนถูกน้ำท่วมจนรถสัญจรไม่ได้ ชาวบ้านต้องจอดรถไว้ริมถนนและใช้เรือเป็นพาหนะเข้า-ออกบ้าน
วันนี้( 27 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณชุมชนหัวแหลมและชุมชนภูเขาทอง ซึ่งเป็นพื้นที่ติดต่อกัน ในเขต อ.พระนครศรีอยุธยา พบว่าบ้านเรือนจำนวนมากปลูกอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา โดยระดับน้ำได้เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ชุมชนสูงกว่า 1 เมตร ถนนภายในชุมชนหลายจุดไม่สามารถใช้สัญจรได้ รถยนต์และรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านต้องนำไปจอดไว้บริเวณริมถนน ก่อนใช้เรือเดินทางเข้า-ออกบ้าน ขณะที่บ้านที่อยู่ติดริมแม่น้ำบางหลังมีระดับน้ำท่วมสูงถึงบริเวณหน้าอก ต้องเดินลุยน้ำเข้าออก
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.พระนครศรีอยุธยา ล่าสุดได้รับผลกระทบแล้ว 6 อำเภอ ได้แก่ อ.เสนา อ.ผักไห่ อ.บางบาล อ.บางไทร อ.พระนครศรีอยุธยา และ อ.บางปะอิน รวม 85 ตำบล 414 หมู่บ้าน 20 ชุมชน และประชาชนได้รับผลกระทบ 13,971 ครัวเรือน โดยมีปัจจัยจากการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาที่ระดับ 1,850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ประกอบกับฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องในพื้นที่
นายวธัญญู อายุ 40 ปี ชาวบ้านชุมชนหัวแหลม กล่าวว่า ระดับน้ำเริ่มเพิ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เห็นได้ชัดว่าน้ำขึ้นเป็นเมตรๆ อย่างต่อเนื่อง แม้ทุกปีจะมีน้ำท่วมในช่วงเดือน ก.ย. แต่ปีนี้น้ำมาเร็วและปริมาณมากกว่าที่คาดไว้ ทำให้ชาวบ้านต้องปรับตัว โดยนำรถไปจอดไว้บริเวณริมถนนแล้วใช้เรือเข้า-ออกบ้าน โดยเฉพาะช่วงฝนตกทำให้การเดินทางลำบากมากขึ้น ส่วนบ้านเรือนที่อยู่ติดแม่น้ำ ขณะนี้บางจุดมีน้ำท่วมสูงถึงระดับหน้าอก


