ฉะเชิงเทรา – สถานการณ์น้ำท่วมฉะเชิงเทราขยายวงครบทั้ง 11 อำเภอ หลังฝนตกหนักต่อเนื่องนานกว่า 3 วัน มวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลลงคลองสายต่างๆ จนเต็มความจุและเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่ ชาวบ้านหลายรายต้องเร่งขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่
วันนี้( 26 ก.ย.) เวลา 17.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดฝนตกหนักและต่อเนื่องในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ตั้งแต่วันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมขังเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะ อ.สนามชัยเขต อ.ท่าตะเกียบ และ อ.พนมสารคาม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มักประสบปัญหาน้ำป่าไหลหลากเป็นประจำ ได้เริ่มมีมวลน้ำไหลเข้าหมู่บ้านและตัดผ่านเส้นทางสัญจรตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน
ล่าสุดมวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนได้ไหลลงมาสะสมจนส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทั้ง 11 อำเภอของจังหวัด แม้แต่ อ.บ้านโพธิ์ ซึ่งที่ผ่านมาเป็นพื้นที่ที่มีคลองระบายน้ำหลายสายและไม่ค่อยประสบปัญหาน้ำท่วมสูง ก็เริ่มมีน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน รวมถึงพื้นที่ในเขตเทศบาล เนื่องจากคลองหลายสายมีปริมาณน้ำเต็มตลิ่งและเอ่อล้นออกนอกเส้นทาง ไหลเข้าสู่พื้นที่การเกษตรและชุมชน
ขณะที่ อ.บางปะกง ซึ่งเป็นพื้นที่ปลายน้ำและอยู่ใกล้ชายฝั่งทะเล ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน นายลือชัย พรหมศรี อายุ 68 ปี สมาชิกสภาเทศบาลตำบลพิมพา หมู่ 2 กล่าวว่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมาเพิ่งเคยพบเห็นสถานการณ์น้ำท่วมลักษณะนี้ในพื้นที่ ต.พิมพา โดยปกติพื้นที่ดังกล่าวมีคลองหลายสายและสามารถระบายน้ำลงทะเลได้ค่อนข้างรวดเร็ว แต่ปีนี้ปริมาณน้ำมีจำนวนมากจนระบายไม่ทัน ส่งผลให้คลองเอ่อล้นและน้ำไหลเข้าท่วมชุมชน
นายลือชัยกล่าวว่า ภายในวัดพิมพาวาสมีน้ำไหลเข้าท่วมกุฏิ พระและสามเณรไม่สามารถพักอาศัยบริเวณชั้นล่างได้ ต้องย้ายขึ้นไปอยู่ชั้น 2 ขณะที่พื้นที่โดยรอบวัด รวมถึงบริเวณตลาดพิมพา ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจสำคัญ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลพิมพา และโรงเรียนวัดพิมพาวาส ต่างได้รับผลกระทบ โดยมีระดับน้ำสูงประมาณ 50 เซนติเมตร
ขณะเดียวกัน อ่างเก็บน้ำคลองสียัด อ.ท่าตะเกียบ ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ของภาคตะวันออก มีปริมาณน้ำเต็มความจุประมาณ 420 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีน้ำล้นผ่านสปิลเวย์ลงสู่พื้นที่ด้านล่าง ถือเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี นับตั้งแต่ปี 2555 ส่งผลให้พื้นที่ตามแนวคลองระบม-สียัด และคลองท่าลาด ต้องเฝ้าระวังมวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนที่จะไหลลงมาสมทบเพิ่มเติม ขณะที่หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและการสัญจรได้รับความเดือดร้อนมาตั้งแต่วันที่ 25 กันยายนแล้ว
ส่วนอ่างเก็บน้ำคลองระบม อ.สนามชัยเขต ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง ความจุประมาณ 55.5 ล้านลูกบาศก์เมตร ก็มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงจนล้นผ่านสปิลเวย์ลงสู่พื้นที่ด้านล่างก่อนหน้านี้แล้ว ส่งผลให้ต้องติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรมที่อยู่ตามแนวทางน้ำ


