xs
xsm
sm
md
lg

รมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่ด่วน! ปฏิบัติการ “เจอ แจ้ง จับ” สกัดปลาหมอคางดำระบาดเขื่อนลำปาว ลั่นฝีมือคนนำเข้า กระทบเศรษฐกิจกว่า 2,000 ล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กาฬสินธุ์-รมช.เกษตรฯ นำทีมลงพื้นที่เขื่อนลำปาว คิกออฟปฏิบัติการ “เจอ–แจ้ง–จับ” สกัดการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำ หลังพบแล้ว 133 ตัว หวั่นกระทบผู้เลี้ยงปลากระชังและกุ้งก้ามกราม มูลค่าความเสียหายกว่า 2,000 ล้านบาท มั่นใจ "ฝีมือคน" แอบนำมาปล่อย สั่งฝ่ายกฎหมายสืบต้นตอลงโทษเด็ดขาด พร้อมงัด5 มาตรการเข้ม ควบคุมไม่ให้กระจายข้ามลำน้ำ

นายวัชรพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่เขื่อนลำปาว
วันนี้ ( 26 ก.ย.) นายวัชรพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการติดตามและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ พร้อมคณะผู้บริหาร สส. ในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงเรือบริเวณสะพานเทพสุดา ต.โนนบุรี อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ เพื่อติดตามสถานการณ์และสร้างความเชื่อมั่นให้ชาวประมงในพื้นที่

การลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งคุ้มครองเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลในกระชังเขื่อนลำปาวที่มีมากกว่า 10,000 กระชัง (มูลค่า 1,200 ล้านบาท/ปี) และผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามอีกกว่า 1,200 ราย (มูลค่า 800 ล้านบาท/ปี) หลังพบปลาหมอคางดำจุดแรกที่บ้านนาอวน ต.หนองสรวง อ.หนองกุงศรี โดยตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม ถึงปัจจุบัน สุ่มพบแล้วทั้งสิ้น 133 ตัว

นายวัชรพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ผลการวิเคราะห์ของกรมประมงชี้ชัดว่า ปลาหมอคางดำสามารถเติบโตและแพร่พันธุ์ในน้ำจืดได้ดีกว่าน้ำกร่อย และยืนยันว่าปลาชนิดนี้ไม่สามารถว่ายน้ำเข้ามาในพื้นที่อีสานได้เองแน่นอน ต้องเกิดจากการกระทำของมนุษย์ จึงสั่งการให้ฝ่ายกฎหมายเร่งสืบหาตัวผู้ลักลอบนำเข้ามาดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดตาม พ.ร.บ.ประมง ห้ามครอบครอง เพาะเลี้ยง หรือเคลื่อนย้ายโดยเด็ดขาด




กาง 5 มาตรการเข้ม “ค้นให้เจอ จับให้เร็ว หยุดการแพร่กระจาย” กระทรวงเกษตรฯ ได้ผนึกกำลังร่วมกับ 29 หน่วยงาน เช่น กระทรวงมหาดไทย กลาโหม ตำรวจ อว. และทรัพยากรธรรมชาติฯ เพื่อดำเนินมาตรการเชิงรุกในรัศมี 5–10 กิโลเมตร ประกอบด้วย สกัดการแพร่กระจาย ให้กรมชลประทานติดระบบกรองกั้นบริเวณคลองส่งน้ำและลำน้ำเชื่อมต่อ พร้อมตั้งด่านกักกันและจุดสังเกตการณ์บริเวณปากลำน้ำสาขา ตรวจเชิงรุกด้วย e-DNA สุ่มเก็บตัวอย่างน้ำในพื้นที่รอยต่อ 4 จุดสำคัญ (บ้านนาอวน, บ้านโคกครึม, บ้านท่าเรือ และบ้านแหลมทอง อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี) เพื่อเช็กการตั้งประชากรของปลา

จัดชุด Mobile Unit "เจอ–แจ้ง–จับ" กรมประมงจัดหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ทั้งรถ เรือ และอุปกรณ์ เข้าจัดเก็บทันทีที่ได้รับแจ้งเหตุ เพื่อลดระยะเวลาการนำปลาออกจากแหล่งน้ำ ปล่อยปลาผู้ล่า คืนสมดุลระบบนิเวศ ทยอยปล่อยสัตว์น้ำท้องถิ่นเพื่อควบคุมประชากรปลาหมอคางดำวัยรุ่น


ควบคู่กับการส่งเสริมให้ชุมชนและโรงงานอุตสาหกรรมนำปลาที่จับได้ไปแปรรูปใช้ประโยชน์ และเปิดช่องทางแจ้งเบาะแส ให้ประชาชนสแกน QR Code “แจ้ง-จับ-จบ” เพื่อแจ้งจุดพบเห็นได้ทันที โดยอนุญาตให้ใช้เครื่องมือประมงพื้นบ้าน (เบ็ด ข่าย แห ยอ ลอบ) แต่ห้ามใช้กระแสไฟฟ้า สารเคมี หรือกากชาโดยเด็ดขาด

รมช.เกษตรฯ ย้ำทิ้งท้ายว่า ไม่เห็นด้วยกับการตั้งราคารับซื้อหรือตั้งค่าหัวปลา เพราะอาจกลายเป็นแรงจูงใจให้มีการแอบเพาะเลี้ยงจนปัญหานี้ลุกลาม พร้อมยืนยันว่ายกระดับการทำงานครั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาเรื่องงบประมาณและกำลังคนที่ไม่ต่อเนื่องในอดีต โดยจะให้ประมงจังหวัดรายงานความคืบหน้าสถานการณ์ทุกๆ 2 สัปดาห์