xs
xsm
sm
md
lg

แม่ร้องสื่อ!ครูเกษียณขับรถชนลูกชายป่วยติดเตียงเกือบ2ปี แต่ไม่เหลียวแล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



อุบลราชธานี-ความยุติธรรมที่ไม่อาจเยียวยา แม่หนุ่มเชฟร้านดังเมืองอุบลราชธานี ร้องสื่อลูกชายถูกครูเกษียณขับรถชนกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ผ่านมาเกือบ 2 ปี ไร้การเหลียวแล-คดีจบแต่ชีวิตพังทลาย


จากเหตุการณ์อุบัติเหตุอันเลวร้ายบนท้องถนนที่เปลี่ยนชีวิตครอบครัวคนหาเช้ากินค่ำไปตลอดกาล ผ่านมาเกือบ 2 ปีเต็ม สภาพของนายชิรวุธ สุทธิบุตร หรือน้องบอย อายุ 29 ปี อดีตเชฟร้านอาหารชื่อดังในจังหวัดอุบลราชธานี ต้องกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ หลังถูกรถยนต์ ซึ่งขับโดยข้าราชการครูเกษียณพุ่งชนอย่างรุนแรงเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2567 ส่งผลให้มีอาการเลือดคั่งในสมอง ต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วนเพื่อยื้อชีวิต ท่ามกลางความเจ็บปวดทั้งกายและใจของคนเป็นแม่ที่ต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งเพียงลำพัง

นางเมตตา สุทธิบุตร อายุ 54 ปี ผู้เป็นแม่เปิดเผยทั้งน้ำตาถึงความคืบหน้าทางคดีว่า ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว โดยคู่กรณีเป็นคุณครูเกษียณยอมรับสารภาพว่า ขับรถประมาทจริง ศาลสั่งจำคุก 2 ปี ปรับ 20,000 บาท และให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 1,200,000 บาท แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 1 ปี ปรับ 10,000 บาท และเนื่องจากไม่เคยกระทำความผิดมาก่อน จึงให้รอลงอาญา 2 ปี

แต่สิ่งที่สร้างความชอกช้ำใจให้กับครอบครัวอย่างมากหลังคำพิพากษา คือการที่คู่กรณีกลับเพิกเฉย ไม่เคยเดินทางมาเยี่ยมเยียน ไม่เคยเยียวยาความเสียหายตามคำสั่งศาล เมื่อครอบครัวให้ทนายความดำเนินการสืบทรัพย์เพื่อบังคับคดี กลับพบว่าไม่มีทรัพย์สินใดๆ ให้ยึดมาชดใช้

นอกจากเงินปันผลจากสหกรณ์เพียงปีละประมาณ 8,000 บาทเท่านั้น ขณะที่ผู้กระทำความผิดยังคงใช้ชีวิตปกติ มีเพียงโทษปรับ 10,000 บาทที่จ่ายให้แก่ศาลจบไป แต่น้องและครอบครัวกลับต้องสูญเสียอนาคตไปตลอดชีวิต


จากครอบครัวที่เคยมีรายได้รวมกันเดือนละกว่า 33,000 บาทจากการเป็นเชฟ ไม่มีหนี้สิน และผ่อนบ้านตามปกติ ปัจจุบันกลับไร้หนทางทำมากิน เพราะนางเมตตาต้องลาออกจากงานมาเฝ้าดูแลลูกชายติดเตียงตลอด 24 ชั่วโมง รายได้หลักพึ่งพาเพียงเบี้ยยังชีพคนพิการ 800 บาท และประกันสังคม 3,000 บาทต่อเดือน เท่านั้น ส่วนค่าใช้จ่ายในบ้านพึ่งเงินที่ลูกสาวส่งมาช่วยจากจังหวัดสมุทรปราการ

แต่ด้วยภาระครอบครัวของลูกสาวทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือได้ตลอด ทำให้สถานการณ์บีบคั้นจากครอบครัวที่ไม่เคยมีหนี้สิน กลับต้องกลายเป็นหนี้นอกระบบสูงถึง 200,000 บาท ต้องแบกรับดอกเบี้ยเดือนละ 18,000 บาท จนเจ้าหนี้เห็นใจช่วยลดดอกเบี้ยให้ผ่อนต้นอย่างเดียว

ในแต่ละวัน ความเป็นอยู่ของคนเป็นแม่ตกอยู่ในภาวะยากลำบากถึงขีดสุด ค่าใช้จ่ายต่อเดือนสูงถึงราว 20,000 บาท ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าออกซิเจน และอาหารทางสายยาง นมเบลนเดอร่า กล่องละ 750 บาท น้องทานวันละ 4 มื้อ อยู่ได้ประมาณ 5 วัน ทำให้บางมื้อนางเมตตาต้องประหยัดด้วยการซื้อข้าวสวย 1 ถุงมาแบ่งกันกินกับปลากระป๋องประทังชีวิต


"สิ่งที่ตนออกมาร้องขอความเป็นธรรม ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าความยุติธรรมที่แท้จริงจากกระบวนการทางกฎหมาย ที่ทำให้รู้สึกว่าไม่เป็นธรรมกับผู้เสียหายอย่างครอบครัวตน คนทำผิดกลับลอยนวลและได้รับโทษเพียงแค่รอลงอาญา ทั้งที่ฐานะของครูคนดังกล่าว ก็ไม่ได้ยากจน มีลูกชายเปิดบริษัทอยู่ต่างประเทศ ส่วนลูกสาวก็เป็นเจ้าของร้านขายวัสดุ แต่ไม่เคยมาช่วยเหลือหรือจะเยี่ยวยาความทุกข์ที่เกิดกับครอบครัวของตน ทำให้ครอบครัวตนต้องมารับกรรม กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงและเป็นหนี้สินท่วมหัว ทุกวันนี้ไม่มีวันไหนที่ไม่ร้องไห้สงสารลูก" นางเมตตากล่าวด้วยความอัดอั้นตันใจ

ระหว่างการพูดคุย นายชิรวุธผู้เป็นลูกชาย แม้จะไร้เรี่ยวแรงและพูดไม่ได้ แต่ยังพยายามยกมือขวาขึ้นทำท่ามินิฮาร์ทแล้วนำมาแนบไว้ที่หน้าอกซ้าย สื่อความหมายว่ารักแม่สุดหัวใจ กลายเป็นภาพที่สะเทือนใจแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง


สำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่ประสงค์จะให้ความช่วยเหลือครอบครัวของนางเมตตา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษา แผ่นซับรองนอน หรือนมเบลนเดอร่าสำหรับผู้ป่วยติดเตียง สามารถร่วมบริจาคได้ที่ ธนาคารกรุงเทพ สาขาวารินชำราบ เลขที่บัญชี: 257-435085-2 ชื่อบัญชี: นางเมตตา สุทธิบุตร