นครพนม - เผยชีวิตสุดรันทดของเฒ่าวัย 71 ปี ป่วยติดเตียงช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ไร้คนดูแล ซ้ำร้ายยังต้องผวา เมีย-ลูกสาวคนโต ลูกชายอดีตทหารเกณฑ์ ติดยางอมแงม ขาดยาเมื่อไหร่โวยวายอาละวาด รีดเงิน-ข่มขู่ทำลายข้าวของ วอนหน่วยงานรัฐ พม. สาธารณสุข และทหารต้นสังกัด ดึงตัวเข้าบำบัด คืนความปลอดภัยในชีวิตบั้นปลาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับแจ้งจากชาวบ้านคำสะอาด หมู่ 9 ตำบลนาคำ อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ถึงเรื่องราวชีวิตอันแสนรันทดของ นายบุญกอง สุขวิพัฒน์ อายุ 71 ปี ป่วยติดเตียงช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แต่กลับต้องทนทุกข์ทรมานอย่างหนักจากพฤติกรรมของสมาชิกในครอบครัวที่ติดยาเสพติด จนเกรงว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบสภาพความเป็นอยู่ของนายบุญกอง นอนอยู่ภายในมุ้งกลางบ้าน ข้างกายมีเพียงกองผ้าห่ม กระติปข้าวเหนียว และกล่องอาหารวางเรียงไว้ประทังชีวิต สภาพร่างกายซีกซ้ายอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด นิ้วมือหงิกงอจนไม่สามารถจับช้อนรับประทานอาหารเองได้ ต้องพึ่งพาผู้อื่นในการทำกิจวัตรประจำวันทั้งหมด
นายบุญกอง เล่าด้วยน้ำเสียงอัดอั้นตันใจว่า เดิมทีตนเป็นเสาหลักของบ้าน ทำอาชีพค้าขายและรับจ้างทั่วไปหาเลี้ยงครอบครัวมาโดยตลอด จนกระทั่งเมื่อกว่า 1 ปีที่ผ่านมา ได้ล้มป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองตีบและหลอดเลือดหัวใจตีบ ทำให้แขนขาอ่อนแรง กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงไม่สามารถทำงานหาเงินได้อีกต่อไป
เคราะห์ซ้ำ! 3 สมาชิกในบ้านติดยาหนัก ขาดยาอาละวาด-ขู่ทำร้าย
ปัญหาความทุกข์ยากไม่ได้หยุดอยู่แค่การเจ็บป่วย แต่กลับทวีความรุนแรงขึ้นจากคนในครอบครัว โดยนายบุญกอง มีภรรยาและลูกรวม 3 คน (ลูกสาวคนโต, ลูกชายคนรอง และลูกสาวคนเล็ก) ปัจจุบันมีเพียงลูกสาวคนเล็กที่กำลังศึกษาเรียน กศน. คอยคอยดูแลหาข้าวหาน้ำให้ตามกำลัง ส่วนภรรยา ลูกสาวคนโต และลูกชายคนรอง ต่างตกเป็นทาสของยาเสพติดอย่างหนัก
นายบุญกอง เล่าว่า วันไหนที่สมาชิกในบ้านมียาบ้าได้เสพ ก็พอจะไหว้วานให้ช่วยหยิบจับอะไรได้บ้าง แต่หากวันใดขาดยา หาเงินซื้อยาไม่ได้ บรรยากาศภายในบ้านจะเปลี่ยนเป็นความเครียดทันที ทุกคนจะมีอาการหงุดหงิด อารมณ์แปรปรวน ทะเลาะวิวาทกันเอง และปล่อยปละละเลยไม่ดูแลตน
โดยเฉพาะ นายธนัท ลูกชายคนรอง ซึ่งเคยเป็นทหารเกณฑ์ที่ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ มณฑลทหารบกที่ 22 จังหวัดอุบลราชธานี ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่หลังฝึกได้ประมาณ 3 เดือนก็ถูกปล่อยตัวกลับมาอยู่บ้าน ซึ่งเมื่อกลับมาก็พบว่ามีพฤติกรรมเสพติดยาบ้าอย่างหนัก มักจะเดินมาขอเงินตนและคนในบ้าน เมื่อไม่ได้ตามต้องการก็จะมีอารมณ์ก้าวร้าว อาละวาด ข่มขู่ว่าจะทำลายข้าวของ จนสร้างความหวาดกลัวให้กับตนและลูกสาวคนเล็กเป็นอย่างมาก
"ตอนนี้ร่างกายผมอ่อนแรงลงมาก รับมือกับใครไม่ไหวเหมือนแต่ก่อน เวลาในบ้านเกิดการทะเลาะวิวาท ได้แต่นอนกังวลเรื่องความปลอดภัยในแต่ละวัน สิ่งที่อยากได้มากที่สุดตอนนี้คือ อยากให้หน่วยงานรัฐเข้ามาช่วยเหลือ ส่งภรรยาและลูกๆ ไปบำบัดรักษา ให้เขากลับมาเป็นคนปกติ และอยากให้มีหน่วยงานมาดูแลเรื่องสุขภาพของผม" นายบุญกอง กล่าว
ผู้นำชุมชนยัน ปัญหาเกินรับมือ เร่งประสานบูรณาการทุกฝ่าย
ด้าน นายภานุวัฒน์ วุฒิวิสุทธิ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้านคำสะอาด เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาทางชุมชนทราบปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรมของลูกชายและเหตุทะเลาะวิวาทภายในบ้านนี้มาโดยตลอด จึงได้พยายามติดตามดูแลสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรง
อย่างไรก็ตาม ปัญหาดังกล่าวเกินขีดความสามารถของผู้นำชุมชนเพียงอย่างเดียว จำเป็นต้องได้รับการบูรณาการร่วมกันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายปกครอง, เจ้าหน้าที่ตำรวจ, สาธารณสุข, พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) รวมถึงหน่วยทหารต้นสังกัด เพื่อเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง ประเมินความเสี่ยง และนำผู้ที่มีปัญหายาเสพติดเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาตามขั้นตอนกฎหมาย
นอกจากนี้ กรณีนายบุญกองยังสะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างในการดูแลผู้สูงอายุป่วยเรื้อรังและช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ในระดับท้องถิ่น หากขาดผู้ดูแลที่มีคุณภาพและสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย อาจนำไปสู่ภาวะละเลยและเป็นอันตรายถึงชีวิต จึงอยากให้หน่วยงานสาธารณสุขเข้ามาช่วยดูแลสภาวะร่างกายของผู้ป่วย พร้อมกับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง และเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวถึงได้เข้าสู่กระบวนการช่วยเหลืออย่างเหมาะสมต่อไป


