xs
xsm
sm
md
lg

นักธรณีวิทยาชี้ไทยยังวนอยู่แหล่งปิโตรเลียมเดิม แนะเร่งสำรวจโครงสร้างต่างยุค หวังลดเสี่ยงวิกฤตพลังงาน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ฉะเชิงเทรา – นักธรณีวิทยาโครงสร้างชี้ นโยบายพลังงานไทยยังวนเวียนอยู่กับการสำรวจแหล่งปิโตรเลียมในพื้นที่เดิม โดยเฉพาะภาคอีสาน ทั้งที่ยังมีโครงสร้างทางธรณีวิทยาต่างยุคที่อาจมีศักยภาพรอการสำรวจอย่างจริงจัง แนะรัฐบาลเร่งศึกษาพื้นที่แอ่งตะกอนทะเลมหายุคมีโซโซอิกในภาคกลาง เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านความมั่นคงทางพลังงาน ท่ามกลางตลาดน้ำมันโลกที่ผันผวน

วันนี้ (24 ก.ย.)เวลา 15.30 น. นายอารักษ์ แสงสมพงษ์ อดีตนักวิจัยธรณีวิทยาโครงสร้าง ซึ่งติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลโครงสร้างทางธรณีวิทยาของแหล่งปิโตรเลียมในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง กล่าวถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกว่า ตลาดพลังงานกำลังเผชิญความไม่แน่นอนอีกระลอก หลังมีรายงานราคาน้ำมันดีเซลในสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น และมีแนวคิดเกี่ยวกับมาตรการจำกัดการส่งออกน้ำมันดีเซลของสหรัฐฯ

นายอารักษ์ มองว่า หากสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกน้ำมันดีเซลรายสำคัญของโลก โดยเฉพาะตลาดยุโรป มีมาตรการจำกัดการส่งออก อาจส่งผลต่อปริมาณและราคาพลังงานในตลาดโลก ขณะที่ประเทศไทยควรเร่งสร้างทางเลือกในการจัดหาแหล่งพลังงานภายในประเทศ เพื่อลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกในระยะยาว

ทั้งนี้ นายอารักษ์ระบุว่า ประเทศไทยยังมีพื้นที่ที่ควรได้รับการศึกษาเพิ่มเติม โดยเฉพาะโครงสร้างทางธรณีวิทยาใน แอ่งตะกอนทะเลมหายุคมีโซโซอิก ซึ่งอยู่ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลาง และตามการวิเคราะห์โครงสร้างทางธรณีวิทยาอาจมีศักยภาพด้านปิโตรเลียม แต่พื้นที่ดังกล่าวยังไม่ได้รับการสำรวจอย่างจริงจังด้วยข้อมูลคลื่นไหวสะเทือนแบบ 2 มิติ

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังคงเดินหน้าการเปิดพื้นที่สำรวจในบริเวณที่มีการสำรวจมาก่อน โดยเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้เอกชน 2 รายได้รับสิทธิสำรวจปิโตรเลียมในพื้นที่ 3 แปลง ได้แก่ แปลง L1/66 และ L3/66 ซึ่งบริษัท ปตท.สผ.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้รับสิทธิ และแปลง L8/66 ซึ่งบริษัท แพนโอเรียนท์ เอ็นเนอยี่ (สยาม) ลิมิเต็ด ร่วมกับ CanAsia Energy Corp. ได้รับสิทธิ

นายอารักษ์มองว่า การพึ่งพาพื้นที่สำรวจรูปแบบเดิมอาจทำให้ไทยยังต้องเผชิญความเสี่ยงด้านต้นทุนพลังงานจากสถานการณ์ตลาดโลก จึงเสนอให้รัฐบาลเพิ่มการศึกษาพื้นที่ทางธรณีวิทยาที่มีศักยภาพรูปแบบใหม่ควบคู่กันไป เพื่อสร้างทางเลือกในการจัดหาแหล่งปิโตรเลียมภายในประเทศ

สำหรับพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายอารักษ์ระบุว่า มีการสำรวจและเจาะหลุมมาเป็นจำนวนมาก จนสามารถเข้าใจโครงสร้างสำคัญในหลายพื้นที่แล้ว ขณะที่แหล่งปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ค้นพบมีจำนวนจำกัด เช่น ภูฮ่อม ดงมูล น้ำพอง และศรีธาตุ ทำให้มองว่าโอกาสในการค้นพบแหล่งขนาดใหญ่เพิ่มเติมอาจมีข้อจำกัด

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ได้รับสิทธิสำรวจปิโตรเลียมรอบที่ 25 นายอารักษ์เสนอว่า อาจพิจารณาหาผู้ร่วมทุนเพื่อช่วยกระจายความเสี่ยงและลดภาระด้านต้นทุน เนื่องจากการสำรวจปิโตรเลียมมีความไม่แน่นอนและมีโอกาสประสบความสำเร็จแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่

ทั้งนี้ ข้อเสนอทั้งหมดเป็น มุมมองและการวิเคราะห์ส่วนบุคคลของนายอารักษ์ โดยการประเมินศักยภาพปิโตรเลียมในพื้นที่ใหม่จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลสำรวจทางธรณีวิทยาและการศึกษาทางวิศวกรรมเพิ่มเติมก่อนประเมินศักยภาพเชิงพาณิชย์