xs
xsm
sm
md
lg

ถอดสูตร "เปือยน้อยโมเดล" จากหมอหนุ่มไร้ประสบการณ์บริหาร พา รพ.ที่ติดลบ 5 ล้าน พลิกกำไร 20 ล้าน ด้วย "ทุนมนุษย์"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวขอนแก่น-"หยุดรอเงินบริจาค! จาก รพ.ประจำอำเภอ ขนาด 30 เตียง ติดลบ 5 ล้าน พลิกสู่กำไรถึง 20 ล้านบาทภายในไม่กี่ปี จากฝีมือการบริหารของหมอหนุ่มที่ไม่มีประสบการณ์บริหารมาก่อน แต่เขามองเห็นโอกาส ใช้ 'ทุนมนุษย์' พลิกวิกฤต รพ.ชุมชน รั้งท้ายประเทศ ให้กลายเป็นองค์กรต้นแบบ มุ่งเน้นการรักษาที่ 'หายจริง' และสร้างความเป็นเจ้าของร่วมกันทั้งองค์กร"


จากโรงพยาบาลชุมชนขนาด 30 เตียง รั้งท้ายระดับประเทศด้วยเกรด C ด้านการเงิน สภาพตึกเก่าดั้งเดิมไร้การพัฒนามานานกว่า 19 ปี... วันนี้ "รพ.เปือยน้อย" กลายเป็นองค์กรต้นแบบที่ถูกกล่าวขานถึงมากที่สุด หลังได้ผู้อำนวยการหนุ่มผู้ไม่เคยผ่านงานบริหารโรงพยาบาลมาก่อน เข้ามากอบกู้สถานการณ์ พลิกวิกฤตจากขาดทุนสะสมติดลบ 5 ล้านบาท สู่การสร้างรายได้สุทธิสูงกว่า 20 ล้านบาท โดยไม่ต้องพึ่งเงินบริจาค แต่ใช้หัวใจสำคัญคือการดึงศักยภาพ "คน" ภายในองค์กรออกมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

หยุดหวังเงินบริจาค มุ่งมั่น "ปั้นคน"

ต้นปี 2567 นพ.พิทยภูมิ สิริเพาประดิษฐ์ เข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลเปือยน้อย จ.ขอนแก่น (คนที่ 19) แม้ประสบการณ์ในอดีตของคุณหมอจะมาจากสายงานปฐมภูมิ ระบาดวิทยา และงานมูลนิธิช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ที่ รพ.มัญจาคีรี ไม่เคยจับงานบริหารระดับสูงมาก่อน แต่นี่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
"ผมไม่ใช่คนในพื้นที่ แต่ผมมองเห็นว่าโรงพยาบาลนี้มีศักยภาพที่เหมาะกับการพัฒนามากที่สุด แม้ไม่เคยบริหารโรงพยาบาลเลย แต่ผมรับโอกาสนี้ เพราะเชื่อมั่นว่าที่นี่ สามารถเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้" นพ.พิทยภูมิ กล่าว

ท่ามกลางวิกฤตการเงินติดลบ ระดับเกรด C ทางออกแรกที่หลายคนนึกถึงคือ "การเปิดรับบริจาค" แต่ นพ.พิทยภูมิ มองเห็นต่างออกไปว่านั่นไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน เขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนวิธีการแก้ปัญหาด้วยการหันมา "ลงทุนกับคน-ยกระดับบริการ-บริหารรายได้ให้มากกว่ารายจ่าย" โดยมี "ทุนมนุษย์" เป็นกุญแจดอกสำคัญ

เพื่อบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โรงพยาบาลได้ปรับโครงสร้างการทำงานใหม่ให้กลายเป็น "หน่วยธุรกิจ" (Business Units) แยกตามภารกิจหลักอย่างชัดเจน เช่น แผนกผู้ป่วยนอก (OPD), แผนกผู้ป่วยใน (IPD), แผนกจิตเวช, กลุ่มงานดูแลโรคเรื้อรัง

พร้อมทั้งส่งบุคลากรไปอบรมเข้มข้นในสาขาเฉพาะทางที่สามารถสร้างรายได้โดยตรง แล้วนำความรู้กลับมาถ่ายทอดต่อภายในองค์กร มอบอำนาจให้หัวหน้าแต่ละหน่วยลงมือคิดวิเคราะห์ บัญชีรายรับ-รายจ่าย ด้วยตนเอง ช่วยตัดงบประมาณส่วนเกินที่ไม่จำเป็น และจัดสรรกำลังคนให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยไม่จำเป็นต้องจ้างพนักงานเพิ่ม


กุญแจสำคัญอีกประการคือการบริหารจัดการเวชภัณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพ โรงพยาบาลเปือยน้อย ไม่ได้เลือกตัดลดงบประมาณด้วยการใช้ยาราคาถูก แต่ใช้วิธีเปรียบเทียบคุณภาพและราคาอย่างละเอียด เพื่อเลือกยาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในราคาที่สมเหตุสมผล

เน้นกระบวนการรักษาที่ "หายจริง" และลดการป่วยซ้ำ โดยเฉพาะกลุ่มโรคเรื้อรัง ซึ่งผลลัพธ์น่าทึ่งมาก "หากทำให้ผู้ป่วยเบาหวานหยุดยาได้ 1 คน โรงพยาบาลจะสามารถประหยัดงบประมาณได้ถึง 200,000 - 300,000 บาทต่อปี" ประกอบกับการคุมสต็อกยาอย่างเข้มงวด ลดปัญหายาหมดอายุและยาค้างคลังให้อยู่ในระดับที่พอดีกับการใช้งานจริง


เปิดใจรับฟัง-สร้างความสุขให้บุคลากร

การกู้วิกฤตครั้งนี้ได้รับความร่วมมือและคำแนะนำจากกองเศรษฐกิจสุขภาพและหลักประกันสุขภาพ ร่วมกับกลุ่มตรวจสอบภายใน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.พิทยภูมิ ย้ำว่า "หากเราไม่ยอมรับว่าที่ผ่านมามีข้อผิดพลาด เราจะไม่มีทางพัฒนาได้สำเร็จ"

นอกจากการปรับระบบงานแล้ว ยังให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อม โดยการปรับภูมิทัศน์ โรงพยาบาลเปือยน้อย ปรับปรุงที่พักบุคลากร และสร้างพื้นที่ออกกำลังกาย เพื่อคืนความสุขและสร้างความภาคภูมิใจให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคน


ผลลัพธ์จับต้องได้จากติดลบ 5 ล้าน สู่กำไร 20 ล้าน

จากโรงพยาบาลที่เคยติดลบ 5 ล้านบาทในปี 2565 ใช้เวลาเพียงไม่นานในการพลิกฟื้น จนกระทั่งในปี 2569 โรงพยาบาลเปือยน้อย สามารถสร้างรายได้สุทธิเป็นบวกทะลุ 20 ล้านบาท ที่สำคัญคือได้รับ "ความเชื่อมั่น" จากประชาชนในพื้นที่และอำเภอใกล้เคียงที่เคยมองข้าม หันกลับมารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

"ทุกคนต้องรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน ไม่ใช่แค่นายแพทย์ใหญ่หรือผู้อำนวยการเพียงคนเดียว บุคลากรมีความก้าวหน้าในอาชีพ ประชาชนในชุมชนมีสุขภาพที่ดีขึ้น นี่ต่างหากคือกำไรที่แท้จริงและยั่งยืนของโรงพยาบาล" นพ.พิทยภูมิกล่าวทิ้งท้าย