พระนครศรีอยุธยา – น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว ล้นตลิ่งเข้าท่วมชุมชนบางบาล เกษตรกรผู้ปลูกไม้มงคลและไม้ประดับต้องช่วยกันขนต้นไม้หนีน้ำตลอดทั้งคืน หวั่นต้นไม้ที่เตรียมส่งลูกค้าต่างประเทศเสียหาย หลังระดับน้ำในคลองเพิ่มขึ้นราว 2 เมตร จนท่วมใต้ถุนบ้าน ขณะที่ชาวบ้านเสนอให้เร่งบริหารจัดการระบายน้ำเข้าทุ่งนา เพื่อลดปริมาณน้ำและบรรเทาผลกระทบชุมชนริมคลอง
วันนี้( 23 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา หลังกรมชลประทานประกาศแจ้งเตือนและปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำน้อยและคลองสาขาเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนและถนนภายในชุมชน บางจุดมีน้ำไหลข้ามถนน ทำให้ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายสิ่งของ ผลผลิตทางการเกษตร และต้นไม้ประดับขึ้นไว้บนที่สูง
ที่ชุมชนหมู่ 7 ต.วัดตะกู อ.บางบาล ซึ่งอยู่ติดคลองบางหลวง ลำคลองสายสำคัญที่เชื่อมโยงระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย นางสาวรัตนา อายุ 47 ปี เกษตรกรผู้ปลูก “กวักมรกต” ไม้ประดับและไม้มงคลที่มีการจำหน่ายและส่งออกไปต่างประเทศ ต้องเร่งขนย้ายต้นกวักมรกตที่เตรียมส่งให้ลูกค้า รวมถึงต้นกล้าที่อยู่ระหว่างการเพาะเลี้ยงขึ้นไว้ในที่สูงตลอดทั้งคืน แต่บางส่วนขนย้ายไม่ทันถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหาย
นางสาวรัตนา เปิดเผยว่า น้ำเริ่มเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ประมาณ 2 วันแล้ว แต่เมื่อคืนระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่ระดับน้ำในคลองยังต่ำกว่าตลิ่ง กลับเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เมตร จนล้นเข้าท่วมใต้ถุนบ้าน ปัจจุบันระดับน้ำสูงประมาณ 70 เซนติเมตร ทำให้ต้องช่วยกันขนย้ายต้นไม้และสิ่งของตั้งแต่กลางคืนจนถึงเช้า
เกษตรกรรายนี้กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ระดับน้ำในคลองยังอยู่ในระดับต่ำ จนชาวบ้านหลายคนคิดว่าปีนี้อาจไม่เกิดน้ำท่วมรุนแรง เนื่องจากเข้าสู่ช่วงกลางเดือน ส.ค.แล้ว แต่ระดับน้ำยังไม่เพิ่มขึ้นเหมือนหลายปีที่ผ่านมา กระทั่งมีการระบายน้ำลงมา ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว หลายครอบครัวจึงตั้งตัวและขนย้ายสิ่งของไม่ทัน แม้จะมีการแจ้งเตือนเป็นระยะ
สำหรับพื้นที่แห่งนี้ ชาวบ้านทราบดีว่าเป็นชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำและมีโอกาสถูกน้ำท่วมเป็นประจำ จึงพยายามปรับตัวด้วยการสร้างโรงเรือนและเตรียมพื้นที่สำหรับย้ายต้นไม้และสิ่งของขึ้นที่สูง แต่เมื่อระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วก็ยังเกิดความเสียหาย โดยเฉพาะต้นไม้ที่มีมูลค่าและเตรียมส่งให้ลูกค้า หากขนย้ายไม่ทันก็ได้รับความเสียหายทันที
นางสาวรัตนา กล่าวถึงการบริหารจัดการน้ำว่า อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาระบายน้ำเข้าพื้นที่ทุ่งนา เพื่อช่วยชะลอและแบ่งเบาปริมาณน้ำในแม่น้ำและคลอง โดยเฉพาะช่วงที่นาข้าวส่วนใหญ่เก็บเกี่ยวแล้ว พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากสามารถกระจายน้ำเข้าสู่พื้นที่ทุ่งได้ จะช่วยลดระดับน้ำและบรรเทาผลกระทบต่อบ้านเรือนและชุมชนริมคลองได้มากน้อยเพียงใด
“ชาวบ้านรู้ว่าพื้นที่นี้มีน้ำท่วมทุกปี แต่ไม่ได้ต้องการให้น้ำท่วม และไม่อยากต้องรอความช่วยเหลือหรือการชดเชย เพราะไม่คุ้มกับความเสียหายที่เกิดขึ้น ทุกปีชาวบ้านพยายามปรับตัวและลงทุนเตรียมพื้นที่เพื่อรับมือกับน้ำ หากสามารถบริหารจัดการและระบายน้ำเข้าทุ่ง เพื่อช่วยแบ่งเบาปริมาณน้ำและลดผลกระทบต่อชุมชนได้ ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา” นางสาวรัตนา กล่าว


