อุดรธานี - พ่อ “น้องน้ำฝน” วอนผู้รับเหมาโครงการพืชสวนโลกอุดรฯ แสดงความรับผิดชอบ หลังกลางปี 68 ลูกสาวขี่มอเตอร์ไซค์ลื่นดินโคลนบนถนนจนขาหัก 2 ท่อน ต้องพักรักษาตัวเกือบ 2 เดือน และมีแผลเป็นขนาดใหญ่ติดตัว หวั่นกระทบกับการฝึกงานและหางานทำหลังเรียนจบ ยืนยันไม่อยากฟ้องร้องให้เป็นคดีความ เพียงต้องการความรับผิดชอบที่เป็นธรรม
กรณี น.ส.นิธิกมล ทับชา หรือ “น้ำฝน” อายุ 20 ปี ชาวบ้านหมู่ 6 บ้านยางบึง ต.กุดสระ อ.เมือง จ.อุดรธานี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 เอกภาษาจีนธุรกิจ ประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้มขณะเดินทางจากบ้านเข้าไปทำงานในตัวเมืองอุดรธานี เพื่อหารายได้เสริม โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 บริเวณพื้นที่ก่อสร้างเตรียมสถานที่จัดมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569
สาเหตุเกิดจากดินโคลนจากบริเวณไซต์งานไหลและตกเรี่ยราดลงบนพื้นถนน ทำให้รถจักรยานยนต์ที่ น.ส.นิธิกมล ขับขี่มาลื่นเสียหลักล้ม ส่งผลให้ขาหัก 2 ท่อน ได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก แพทย์สั่งห้ามลงน้ำหนักและห้ามวิ่ง ต้องใช้ไม้ค้ำยันและไม่สามารถใช้ขาได้ตามปกติเป็นเวลานานเกือบ 2 เดือน
หลังเกิดเหตุ มีผู้แทนจากกรมวิชาการเกษตรและบริษัทร่วมค้าเดินทางมาเยี่ยม พร้อมมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นจำนวน 30,000 บาท แต่ครอบครัวระบุว่าไม่ได้มีการชี้แจงอย่างชัดเจนว่าเงินดังกล่าวเป็นค่าชดเชยหรือค่าเยียวยาในส่วนใด
ต่อมา นายพงษ์อิสรา ทับชา บิดาของ น.ส.นิธิกมล พร้อมลูกสาว ได้ร้องเรียนต่อสื่อมวลชนเมื่อเดือนสิงหาคม 2568 และยื่นหนังสือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังเรื่องดังกล่าวถูกนำเสนอข่าว แต่ครอบครัวยังไม่ได้รับการเยียวยาที่ชัดเจน จึงต้องติดตามเรื่องอีกครั้ง
ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 นายพงษ์อิสรา เดินทางไปรับหนังสือตอบกลับจากศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุดรธานี แจ้งผลการดำเนินการ โดยในหนังสือราชการฉบับนี้ มีใจความว่า กิจการร่วมค้า NBM แจ้งว่ายินดีให้ความช่วยเหลือในส่วนของค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายในการเดินทางระหว่างการรักษาพยาบาล โดยจะพิจารณาจากค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
ทั้งนี้ หากผู้เสียหายประสงค์ขอรับความช่วยเหลือเพิ่มเติม ขอให้ยื่นความประสงค์พร้อมแนบใบเสร็จรับเงิน หรือหลักฐานแสดงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เพื่อให้กิจการร่วมค้า NBM นำไปประกอบการพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามความเหมาะสม
อย่างไรก็ตาม นายพงษ์อิสรา กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวผ่านมาแล้ว 1 ปีกว่า แต่ครอบครัวยังต้องติดตามเรื่องอย่างต่อเนื่อง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้มีเพียงค่ารักษาพยาบาล แต่ลูกสาวต้องเผชิญกับผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะรอยแผลเป็นที่เกิดจากอุบัติเหตุ ซึ่งมีความยาวเกือบ 1 เมตร และอาจเป็นแผลเป็นติดตัวไปตลอดชีวิต
“หลังเกิดเหตุ หมอสั่งห้ามลงน้ำหนัก ห้ามวิ่ง ลูกต้องใช้ไม้ค้ำและใช้ชีวิตไม่เหมือนเดิมเกือบ 2 เดือน ทุกวันนี้ยังมีแผลเป็นขนาดใหญ่ ทำให้เขาไม่กล้าใส่กางเกงขาสั้น ต้องคอยปกปิดร่องรอยบาดแผลอยู่ตลอด”นายพงษ์อิสรา กล่าวว่า
ที่ผ่านมาเคยร้องเรียนขอความเป็นธรรมไปแล้ว แต่เรื่องไม่มีความคืบหน้า และมีความพยายามปัดความรับผิดชอบ ส่งเรื่องต่อกันไปมา ตนจึงต้องกลับมาติดตามเรื่องผ่านศูนย์ดำรงธรรมอีกครั้ง กระทั่งได้รับหนังสือตอบกลับว่าผู้รับเหมาพร้อมให้ความช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลและค่าเดินทางตามค่าใช้จ่ายจริง หากมีหลักฐานมาแสดง อย่างไรก็ตาม ปัญหาคือเหตุการณ์ผ่านมาเป็นเวลานาน เอกสารและใบเสร็จบางส่วนเริ่มเลือนรางตามกาลเวลา ทำให้ครอบครัวกังวลว่าจะสามารถรวบรวมหลักฐานได้ครบถ้วนหรือไม่
“ฝากถึงผู้รับเหมาโครงการพืชสวนโลกและผู้เกี่ยวข้อง หากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับลูกสาวของพวกท่านเอง ท่านจะนิ่งเฉยหรือรู้สึกอย่างไร เงินที่ครอบครัวเรียกร้องไม่ได้มากมายเมื่อเทียบกับผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเด็กคนหนึ่ง ทั้งร่างกาย จิตใจ และอนาคต”นายพงษ์อิสรากล่าวและบอกอีกว่า
ที่ผ่านมา ทางครอบครัวยังไม่ได้เลือกใช้ช่องทางฟ้องร้องทางแพ่ง เพราะยังเชื่อว่าบริษัทรับเหมารายใหญ่จะมีความรับผิดชอบและมีทางออกให้กับครอบครัว แต่เวลาผ่านมานานแล้ว จึงอยากให้ผู้เกี่ยวข้องออกมาพูดคุยและรับผิดชอบอย่างจริงจังด้วย” นายพงษ์อิสรา กล่าว
ปัจจุบัน น.ส.นิธิกมล กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 และกำลังเข้าสู่ช่วงเตรียมฝึกงาน รวมถึงวางแผนหางานหลังสำเร็จการศึกษา แต่ครอบครัวกังวลว่าอาการบาดเจ็บและรอยแผลเป็นที่ยังหลงเหลือ รวมถึงการเดินที่ยังไม่เป็นปกติ อาจส่งผลต่อความมั่นใจและการใช้ชีวิตในอนาคต
ครอบครัวจึงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้รับเหมาและกิจการร่วมค้าโครงการมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี พ.ศ. 2569 พิจารณาแนวทางเยียวยาที่เหมาะสม ไม่ใช่เพียงค่าใช้จ่ายที่สามารถแสดงใบเสร็จได้เท่านั้น แต่ขอให้พิจารณาถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับชีวิต ร่างกาย และอนาคตของผู้ได้รับบาดเจ็บด้วย


