xs
xsm
sm
md
lg

ตราดวางยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวปี 2570 ชู “High-Value & Low Carbon” ดันรายได้ 1.25 หมื่นล้าน ผู้ประกอบการเรือเผยนักท่องเที่ยวโตต่อเนื่อง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ตราด – ททท.สำนักงานตราด วางยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวปี 2570 มุ่งยกระดับจังหวัดสู่จุดหมายปลายทาง “High-Value & Low Carbon” เน้นสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวคุณภาพ ควบคู่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและกระจายรายได้สู่ชุมชน ตั้งเป้ารายได้ตลาดในประเทศ 12,580 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.66% พร้อมผลักดันการท่องเที่ยวเชื่อมโยงเกาะและชุมชนตลอดทั้งปี

ว่าที่ร้อยตรีกรกฎ โอภาส ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานตราด เปิดเผยว่า ก่อนโยกย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานนครพนม ได้วางแนวทางพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดตราดในปี 2570 โดยมุ่งยกระดับตราดสู่จุดหมายปลายทาง “High-Value & Low Carbon” หรือการท่องเที่ยวคุณค่าสูงและคาร์บอนต่ำระดับโลก ผ่านการเพิ่มรายได้จากนักท่องเที่ยว การพัฒนาประสบการณ์การเดินทาง และการสร้างเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

ข้อมูลปี 2567 ระบุว่า จังหวัดตราดมีรายได้จากการท่องเที่ยว 18,191 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.18% และนักท่องเที่ยวมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 8,104 บาทต่อคน ขณะที่นักท่องเที่ยวจากตลาดยุโรป โดยเฉพาะเยอรมนี รัสเซีย ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร มีระยะเวลาพำนักเฉลี่ย 4.25 วัน สะท้อนโอกาสในการขยายตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพในระยะยาว

สำหรับปี 2570 ททท.สำนักงานตราด ตั้งเป้ารายได้จากตลาดในประเทศ 12,580 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.66% และจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 1,915,600 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 4.83% ภายใต้ 4 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ การปรับสมดุลตลาด การพัฒนาประสบการณ์ท่องเที่ยว การสร้างเศรษฐกิจเติบโตใหม่ และการยกระดับการตลาดดิจิทัล

ขณะเดียวกัน ด้านการท่องเที่ยวยั่งยืน เตรียมต่อยอดจุดเด่นเกาะหมากและอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้างในโครงการ Green Destinations Top 100 พร้อมส่งเสริมระบบการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และผลักดันโครงการ “เที่ยวตราด sLow Carbon+” เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ Digital Nomad นักท่องเที่ยวเชิงสุขภาวะ รวมถึงกลุ่มที่ต้องการพักผ่อนและฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ

นอกจากนี้ ยังเตรียมเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลเข้ากับชุมชนสำคัญ อาทิ บ้านน้ำเชี่ยว บ้านท่าระแนะ และบ้านธรรมชาติล่าง พร้อมส่งเสริมสินค้า GI ของตราด 4 รายการ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจท้องถิ่น รวมถึงผลักดัน Sports Tourism และการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี ผ่านกิจกรรมวิ่งเทรลและเทศกาลเรือใบ ตลอดจนเจาะตลาดครอบครัว ผู้สูงวัย กลุ่ม Romance/LGBTQ+ ตลาด Green MICE และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาวะ

ด้านนายอรรถพล กลิ่นทับ ผู้จัดการบริษัท บุญศิริเรือเร็ว จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มการท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะกูดและเกาะหมากมีการเติบโตต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2567–2568 แม้ช่วงปลายปี 2568 จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบ แต่หลังจากนั้นการท่องเที่ยวกลับมาเติบโตต่อเนื่องในปี 2569 ส่งผลให้บริษัทต้องปรับเวลาเดินเรือเพื่อรองรับจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น ทั้งการเดินทางไปเกาะช้าง เกาะหมาก และเกาะกูด

ปัจจุบันนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางผ่านท่าเรือแหลมศอก ก่อนต่อเรือไปยังเกาะกูดและเกาะหมากโดยตรง ขณะเดียวกันบริษัทมีเส้นทางเชื่อมระหว่างเกาะช้าง–เกาะหมาก–เกาะกูด แบบไป-กลับ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางระหว่างเกาะได้โดยไม่จำเป็นต้องย้อนกลับมายังฝั่งจังหวัดตราด ช่วยเพิ่มความสะดวกและสนับสนุนการท่องเที่ยวแบบเชื่อมโยงหลายเกาะ

นายอรรถพลกล่าวว่า บริษัทยังประสานงานกับสายการบินบางกอกแอร์เวย์สในเรื่องเที่ยวบินให้สอดคล้องกับตารางเดินเรือ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางต่อไปยังเกาะกูดและเกาะหมาก โดยในปี 2569 มีการนำเครื่องบินขนาดใหญ่ขึ้นมาให้บริการที่สนามบินตราดด้วย

“ปี 2569 จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 10% และมองว่าปี 2570 การท่องเที่ยวของจังหวัดตราดยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากปี 2569 ซึ่งผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับการให้บริการและตารางเดินเรือให้สอดรับกับจำนวนผู้เดินทางที่เพิ่มขึ้น” นายอรรถพลกล่าว

ทั้งนี้ ททท.สำนักงานตราด ตั้งเป้าปรับบทบาทจากผู้ส่งเสริมการท่องเที่ยวไปสู่ผู้ประสานพลังเครือข่าย เชื่อมโยงภาครัฐ ภาคธุรกิจ และชุมชน เพื่อร่วมขับเคลื่อนจังหวัดตราดสู่ต้นแบบการท่องเที่ยวคุณค่าสูงและคาร์บอนต่ำ สร้างรายได้ควบคู่กับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว