xs
xsm
sm
md
lg

เรื่องใหญ่!พบ"ปลาหมอคางดำ" บุกเขื่อนลำปาวแล้ว 111 ตัว แม่ปลาอุ้มพร้อมแพร่พันธุ์ 12 ตัว!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กาฬสินธุ์-สัญญาณอันตราย! เร่งเก็บตัวอย่าง "ปลาหมอคางดำ" หลังพบระบาดในเขื่อนลำปาวแล้วกว่า 111 ตัว เฉพาะตัวเมียอุ้มไข่มากถึง 12 ตัว แต่ละตัวแบกไข่ในท้องเฉลี่ย 200-400 ฟอง แม้ยังไม่พบตัวผู้อมไข่หรือลูกปลาในปาก ซึ่งเจ้าหน้าที่มองเป็นสัญญาณดีว่ายังไม่ระบาดหนัก แต่ชาวประมงในพื้นที่กลับฟันธง ปลาต่างถิ่นตัวนี้เริ่ม "ปรับตัว" และแพร่พันธุ์เพิ่มขึ้นแล้ว จับตาต่อว่าผู้ว่าฯ จะประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติหรือไม่ ขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์กรมประมง


ปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ที่เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ ยังถือเป็น สัญญาณอันตราย หลังพบเจ้าหน้าที่ประมงรายงานการพบ ปลาหมอคางดำ แล้วจำนวน 111 ตัว ที่ได้สร้างความหวั่นวิตกให้กับชาวบ้านและชาวประมงในพื้นที่ ที่ต่างจับตามองอนาคตของแหล่งน้ำสำคัญด้วยความไม่สบายใจ ล่าสุดที่บริเวณสปิลเวย์เขื่อนลำปาว ซึ่งปิดน้ำมาตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน เพื่อกักเก็บน้ำช่วงปลายฤดูฝน กลับพบว่าชาวประมงพื้นบ้านออกหาปลาบางตาผิดปกติ เมื่อสอบถามจึงทราบสาเหตุ ปลาลดจำนวนลงอย่างมากเมื่อเทียบกับทุกปีที่ผ่านมา

นายอนุชา ไกรคำ อายุ 56 ปี ชาวประมงพื้นบ้านบ้านป่ากล้วย ต.ลำปาว อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตนได้ติดตามข่าวปลาหมอคางดำและทราบว่าในเขื่อนลำปาว มีการพบปลาหมอคางดำในบริเวณ 3 จุดทางตอนเหนือของเขื่อนลำปาว ได้แก่ บ้านคำเขื่อนแก้ว ต.สำราญใต้ อ.สามชัย, บ้านนาอวน ต.หนองสรวง อ.หนองกุงศรี และบ้านท่าเรือ ต.ภูสิงห์ อ.สหัสขันธ์ รวมจำนวนกว่า 111 ตัว และจุดที่พบมากที่สุดคือบ้านคำเขื่อนแก้ว ตรงนี้คือการยืนยันชัดเจนว่าปลาหมอคางดำแพร่ระบาดในเขื่อนลำปาวแล้วอย่างสิ้นเชิง จึงเกรงว่าหากภาครัฐควบคุมไม่ทัน อาจลุกลามรอบเขื่อน หรือหลุดรอดลงสู่พื้นที่ตอนล่างตามลำน้ำสาขา ครอบคลุม อ.เมือง อ.ยางตลาด อ.กมลาไสย และ อ.ร่องคำ


นายอนุชาได้ยังเล่าประสบการณ์ตรงจากช่วงที่ทำงานอยู่ จ.นครปฐม ในยุคที่ปลาชนิดนี้ระบาดหนักในภาคกลาง โดยใช้ตาข่ายจับได้ครั้งละมากๆ ชาวบ้านสมัยนั้นเรียกมันว่า "ปลานิลน้อย" ก่อนจะรู้ภายหลังว่าคือ "ปลาหมอคางดำ" ตัวการที่แพร่พันธุ์เพราะคนไม่นิยมกินเป็นอาหาร แม้ปลาชนิดนี้จะชอบน้ำกร่อย น้ำนิ่ง ไม่ลึก ต่างจากน้ำจืดในเขื่อนลำปาว ทำให้คาดว่าจะแพร่กระจายช้ากว่า เพราะยังมีคนจับและมีปลานักล่าคอยควบคุมตามธรรมชาติ แต่ก็ไม่ควรประมาท เพราะสิ่งมีชีวิตชนิดนี้ "ปรับตัวเก่ง" อาจกลายพันธุ์หรือผสมข้ามสายพันธุ์กับปลานิลเพื่อความอยู่รอดในระยะยาว”

รายงานแจ้งว่า กรณีการพบปลาหมอคางดำที่เขื่อนลำปาว การประกาศภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในพื้นที่จังหวัด ตามเกณฑ์ของกรมประมง จำเป็นต้องพบอัตราความหนาแน่นของปลาหมอคางดำ ความชุกชุมไม่เกิน 10 ตัว ต่อพื้นที่ 100 ตารางเมตร โดยผู้เชี่ยวชาญของศูนย์วิจัยพัฒนาน้ำจืด กรมประมง เป็นผู้ตรวจสอบ ที่ในขณะนี้การพบในพื้นที่น่านน้ำเขต อำเภอหนองกุงศรี ยังอยู่ในเกณฑ์การเฝ้าระวัง ส่วนการปรับเกณฑ์เพื่อการป้องกันจึงยังขึ้นอยู่ในการพิจารณาของ กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์


ขณะที่การประกาศภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินโดยผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์นั้น จะเป็นไปตามเกณฑ์การประกาศภัยพิบัติของ ”กรมประมง“ ที่ผู้เชี่ยวชาญศูนย์วิจัยพัฒนาน้ำจืด กรมประมง ต้องรายงานยืนยันให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบและกรมประมงจะต้องประกาศเป็นพื้นที่แพร่ระบาดของปลาหมอคางดำก่อน จากนั้นจึงนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ปรสัยพิบัติอำเภอ/จังหวัดตามลำดับ จึงจะสามารถประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินอำเภอ/จังหวัด ตามลำดับ

ส่วนการพบปลาหมอคางดำ ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 69 ปัจจุบันมีจำนวน 111 ตัว สำนักงานประมงจังหวัดกาฬสินธุ์ แจ้งว่า ปลาหมอคางดำที่พบ ปรากฏเป็นปลาเพศเมียที่มีไข่ จำนวน 12 ตัว แต่ละตัวมีความหนาแน่นของจำนวนไข่ประมาณ 200-400 ฟอง ที่ยังไม่พบว่ามีปลาหมอตัวผู้อมไข่หรือตัวลูกปลาไว้ในปาก ดังนั้นการที่ไม่พบลูกปลาหมอคางดำขนาดเล็ก จึงถือเป็นสัญญาณที่ดี ที่ยังไม่เข้าข่ายว่ามีการระบาดรุนแรง




ส่วนปลาหมอคางดำที่พบทุกจุด เจ้าหน้าที่กรมประมง ได้ตัดตัวอย่างคีบปลาหมอคางดำ เพื่อส่งตรวจดีเอ็นเอ ที่กรมประมง เพื่อหาแหล่งที่มาว่าปลาหมอคางดำที่ระบาดในเขื่อนลำปาวมี ชนิดดีเอ็นเอ ตรงกับปลาหมอคางดำที่ระบาดไปแล้วหรือไม่ ที่ยังคงรอผลยืนยันการตรวจจากกรมประมงต่อไป

อย่างไรก็ตามด้านความเคลื่อนไหวจากภาครัฐ มีรายงานว่า นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เตรียมนำทีมลงพื้นที่เขื่อนลำปาวโดยตรงในวันที่ 26 กันยายนนี้ ที่บริเวณตำบลหนองสรวง อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ เพื่อเร่งสกัดกั้นการแพร่ระบาด พร้อมย้ำภารกิจหลัก "คุมให้อยู่ ไม่ให้แพร่กระจายเพิ่ม" ก่อนสถานการณ์จะบานปลายเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในภาคกลางมา ก่อนที่ "ปลาหมอคางดำ" จะกลายเป็นฝันร้ายซ้ำรอยระบบนิเวศแหล่งน้ำสำคัญของกาฬสินธุ์