สามเหลี่ยมทองคำ - ชำแหละขบวนการค้ารถเถื่อนข้ามโขงลุ่มสามเหลี่ยมทองคำ เชื้อชั่วไม่ยอมตาย..พบ 2 แก๊งใหญ่ ปักหลักทำมากินถึงขั้นเปิดรีสอร์ตเป็นแหล่งพักรถ ก่อนนัดเรือข้ามฟากเข้าเทียบท่าธรรมชาติตลอดแนวจากเชียงแสนยันเชียงของ-เวียงแก่น ไม่ต่ำกว่า 10 จุด ท่ามกลางข่าวสะพัดรอบ 1-2 ปีมานี้ บางครั้ง “จ่ายครบ” ขับลงเรือเป็นขบวน 10-20 คัน
แม่น้ำโขงซึ่งเป็นเส้นเขตแดนไทย-สปป.ลาว ด้าน จ.เชียงราย ระยะทางประมาณ 180 กิโลเมตร ไล่ตั้งแต่เขต อ.เชียงแสน อ.เชียงของ และ อ.เวียงแก่น ถือเป็นช่องทางทำมาหากินทั้งในและนอกมาช้านาน รวมทั้งเป็นช่องทางที่กลุ่มอาชญากรค้ารถเถื่อนใช้เป็นเส้นทางลักลอบส่งออกรถยนต์และจักรยานยนต์จากประเทศไทยไปขายในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน
หลายครั้งที่เจ้าหน้าที่ไทยที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนสามารถสกัดเอาไว้ได้ แต่ก็มีหลายครั้งหลุดรอดสายตาของเจ้าหน้าที่ได้อย่างน่าสงสัย โดยเฉพาะรถยนต์ที่มีมูลค่าสูงและมีขนาดใหญ่ยุ่งยากต่อการขนลำเลียงข้ามแม่น้ำใหญ่
ที่ผ่านมาการลักลอบขนรถยนต์ออกนอกประเทศมักจะมีในเขต อ.เชียงของ เป็นส่วนใหญ่ เพราะอยู่ตรงข้ามบ้านน้ำเกิ๋ง เมืองต้นผึ้ง เขตติดต่อกับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ซึ่งมีเส้นทางคมนาคมที่สามารถขนส่งรถต่อเข้าสู่ชั้นในของ สปป.ลาว ได้
โดยรายงานจากเจ้าหน้าที่ความมั่นคงชายแดนระบุชัดว่าช่องทางการลักลอบส่งออกมีตั้งแต่ริมฝั่งพื้นที่บ้านดอนที่ บ้านผากุบ บ้านเมืองกาญจน์ บ้านหาดบ้าย ต.ริมโขง เรื่อยไปจนถึงบ้านห้วยเม็ง บ้านดอนมหาวัน ต.เวียง นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ที่ห่างไกลออกไปถึงบ้านปากอิง ต.ศรีดอนชัย จนเข้าเขต อ.เวียงแก่น ไปจนถึงบ้านห้วยเอียน บ้านแจมป๋อง ต.หล่ายงาว เรื่อยจนสุดเขตแดนไทย มีนับ 10 จุด
วิธีการคือนำรถยนต์ที่พักรอไว้ขับไปที่ริมฝั่งตรงจุดนัดหมายเรือเล็กจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ให้เข้ามาเทียบฝั่งรับรถยนต์ดังกล่าวไปอย่างเงียบเชียบ
เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและตำรวจ ภ.จว.เชียงราย เคยปราบปรามและตรวจยึดของกลารถยนต์ได้เป็นจำนวนมากเมื่อช่วงปลายเดือน เม.ย.2569 ที่ผ่านมา ทั้งหมดถูกยึดได้ในพื้นที่ชายแดนไทย-สปป.ลาว ท้องที่ อ.เวียงแก่น หลังจากเจ้าหน้าที่พบรถยนต์กระบะโตโยต้า คันหนึ่งสีเทา ป้ายทะเบียนกรุงเทพฯ อีกคันสีขาว ป้ายทะเบียน จ.นครศรีธรรมราช จอดอยู่ริมฝั่งบ้านโล๊ะ หมู่ 3 ต.ท่าข้าม อ.เวียงแก่น จึงเข้าไปตรวจสอบพบชาย 2 คนดูแลรถอยู่ เมื่อสอบถามก็ยอมรับว่าได้รับจ้างขับรถทั้ง 2 คันออกจากรีสอร์ตแห่งหนึ่งพื้นที่ ต.ท่าข้าม เพื่อนำไปจอดริมฝั่งแม่น้ำโขงรอเรือมารับแลกกับเงินจำนวน 2,000 บาท
เจ้าหน้าที่จึงขยายผลเข้าตรวจที่รีสอร์ตดังกล่าวพบรถยนต์ที่ไม่มีเจ้าของจอดอยู่ภายในอีก 6 คัน ช่วงเวลาเดียวกันเจ้าหน้าที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย ตรวจยึดรถยนต์กระบะได้อีก 2 คัน ที่จอดอยู่ริมฝั่งบริเวณเดียวกัน เป็นรถติดป้ายทะเบียน จ.ภูเก็ต และ จ.สุราษฎร์ธานี แต่ไม่พบคนขับ จึงมีการดำเนินคดีกับคนที่ถูกจับกุมไปแล้วแต่ยังสาวไปไม่ถึงตัวคนบงการที่อยู่เบื้องหลัง
จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงพื้นที่ชายแดนพบว่า ปัจจุบันมีขบวนการโจรกรรมรถและนำไปพักไว้ที่ชายแดนเพื่อรอส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านหลักๆอยู่ 2 แก๊ง แก๊งแรกเป็นรายใหญ่มี น.และนาย อ.เป็นตัวการใหญ่ รับรถโจรกรรมทั่วไปเข้าพักไว้ที่รีสอร์พื้นที่ อ.เวียงแก่น และ อ.เทิง จ.เชียงราย มีการจ้างคนขับนำรถยนต์เข้าเก็บพักที่รีสอร์ตคันละ 3,000 บาทหรือแล้วแต่เส้นทางใกล้ไกล
ที่ผ่านมารถที่ถูกนำไปเก็บพักไว้ที่รีสอร์ตมักเป็นรถเช่า รถหลุดจำนำ รถค้างจำนำ ฯลฯ ทั้งหมดจะถูกนำไปเก็บพักและรอประสานกับเรือข้ามฟากแม่น้ำโขง เมื่อนัดหมายเวลาได้แล้วก็จะว่าจ้างคนขับออกจากรีสอร์ตมุ่งตรงไปยังริมฝั่งตามจุดต่างๆ ที่นัดหมายกันเอาไว้
ช่วงหลังมายังมีแก๊งนาย "ฤ." ที่พยายามเข้ามามีบทบาทต่อจากแก๊งนาย น. มักอ้างตัวเองเป็นสื่อมวลชนหรือเครือข่ายของหน่วยงานความมั่นคง มีพฤติกรรมลักลอบขนรถจักรยายนต์ออกทาง อ.เชียงของ เคยแสดงอิทธิพลอยู่ทางเขตบ้านดอนมหาวัน ต.เวียง อ.เชียงของ จนเคยเกิดความขัดแย้งกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่หรือแม้แต่ขัดกับแก๊งของนาย น.เรื่องผลประโยชน์ในพื้นที่หากินกันมาแล้ว
ซึ่งแต่ละแก๊งจะว่าจ้างคนขับรถให้นำรถออกจากที่พักไปยังริมฝั่งตรงจุดนัดหมายกับเรือข้ามฟากให้มารับ โดยใช้ช่วงเวลากลางคืน เดิมมีการขับไปครั้งละ 1-2 คัน แต่ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาปรากฎข่าวสารว่าบางคืนมีการขับรถไปริมฝั่ง 10-20 คัน ท่ามกลางข่าวลือที่ว่า "จ่ายครบ"
ด้วยพรมแดนแม่น้ำโขงที่มีระยะทางยาวไกลกว่า 180 กิโลเมตร หลายจุดอยู่ห่างไกลชุมชนและเป็นป่าละเมาะทำให้การตรวจจับของเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก บางรายถูกพบขณะอยู่ริมฝั่งจึงถูกตรวจยึดทำให้เจ้าของได้รถคืน แต่ส่วนใหญ่รถหายไปกับคำสั่งซื้อหรือออเดอร์ ขณะที่ออเดอร์จากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านถือเป็นตัวเร่งให้แก๊งเหล่านี้กล้าที่จะทำผิดซ้ำ
โดยออเดอร์ยอดนิยมยังคงเป็นรถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อและรถครอบครัวเอนกประสงค์ในตระกูลโตโยต้าและอีซูซุ ราคาซื้อขายคันละ 300,000-500,000 บาท แล้วแต่รุ่นและสภาพรถ
จากสภาพพื้นที่และแรงจูงใจให้กระทำความผิดจึงทำให้แก๊งรถเถื่อนชายแดนไทย-สปป.ลาว ยังคงมีอยู่และเป็นเชื้อชั่วที่ไม่เคยตาย ยิ่งช่วงหลังมานี้ยังมีข่าวว่าจะขยายจุดลงรถมาทางริมฝั่งด้าน ต.แม่เงิน และ ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน อีกด้วย.


